นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 28 ก.ค.2569 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธี
เมื่อนายกรัฐมนตรี และภริยา เดินทางถึงบริเวณพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ทำวันทยหัตถ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ววางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน นายกรัฐมนตรีถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ก่อนจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ความว่า
“เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่มาชุมนุมพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาพร้อมกัน ถวายพระพรชัยมงคล แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการอภิบาลบำรุงอาณาประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งปวง ล้วนบังเกิดคุณูปการอันไพศาล เกื้อกูลให้แผ่นดินไทยสมบูรณ์พูนสุข เจริญรุ่งเรืองวัฒนา และอาณาประชาราษฎร์ ดำรงอยู่ด้วยความผาสุกร่มเย็น
ด้วยพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันกว้างไกล ทรงสร้างความเจริญวัฒนาในทุกมิติ ทรงเกื้อหนุนในทุกสรรพกิจให้ดำเนินควบคู่กับการพิทักษ์รักษามรดกของชาติ และทรัพยากรของแผ่นดิน เพื่อให้ราชอาณาจักรไทย ดำเนินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทันต่อความผันแปรของโลกยุคใหม่ ธำรงไว้ซึ่งดุลยภาพของความเจริญก้าวหน้า และความยั่งยืนของชาติบ้านเมือง
คราใดที่ราษฎรประสบเหตุเภทภัย หรือความทุกข์ยากด้วยประการใด เมื่อนั้นพระมหากรุณาธิคุณก็แผ่ไปถึงโดยพลัน ทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานความช่วยเหลือ ตลอดจนทรงรับผู้ประสบภัยต่าง ๆ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อบรรเทาทุกข์ และให้ราษฎรได้มีความหวัง มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
พระมหากรุณาธิคุณ และพระบารมีที่แผ่ไพศาล ปกเกล้าปกกระหม่อม ทั่วทุกถิ่นฐาน ดุจดั่งแสงประทีปที่สว่างไสวในค่ำคืนนี้ ยังความร่มเย็นเป็นสุข และความอุ่นใจ ให้บังเกิดแก่ปวงชนชาวไทยโดยถ้วนหน้า ก่อเกิดเป็นพลังแห่งความจงรักภักดี ที่จักน้อมนำพสกนิกรทั้งปวง ให้พร้อมใจกัน สืบสานพระราชปณิธาน และธำรงรักษาความวัฒนาสถาพรแห่งชาติบ้านเมืองให้ยั่งยืนสืบไป
ในโอกาสอันเป็นศุภมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอพลานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดล ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเจริญพร้อมด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล มีพระราชประสงค์ จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา พระบรมเดชานุภาพและพระบารมีเกริกไกรแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์”
จากนั้น ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีและภริยา รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีนำกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี