“นิรัตน์” เผย คืบแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น จัดลำดับคะแนนใหม่ พบ 5,925 รายแก้คะแนน ส่วนคนสุจริตบรรจุไปแล้ว 11,030 คน ไร้ปัญหา ชี้ สัปดาห์หน้าถก กสถ. สรุปวิธีปฏิบัติผู้สอบ 3 กลุ่ม


วันที่ 28 ก.ค.2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในแอ็คชั่นที่ 8 ตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ว่า จากสิ่งที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะผู้สอบจำนวน 279,949 คน ตั้งแต่ช่วงเดือนธ.ค.68 และในภาคใต้ในเดือน ก.พ. 69 จากผู้สมัครทั้งประเทศ 400,000 คน และมาสอบจริงเกือบ 279,949 คน ซึ่งประกาศและบรรจุไป 55,193 คน


ในบัญชีดังกล่าว ภายหลังพบว่ามีความผิดปกติ ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรเป็น นำไปสู่การยกเลิกผลสอบ และนำบัญชีการสอบที่ถูกต้องมาใช้ ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีการตรวจกระดาษคำตอบใหม่ หลังจากที่ตำรวจ และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปจับกุม และตรวจสอบบริษัทคู่สัญญากับ มศว ยืนยันตรงกันว่าตรวจกระดาษคำตอบตั้งแต่วันนั้น คะแนนขึ้นมาวันเดียวกัน ซึ่งมีตัวเลขดิจิทัลซิกเนเจอร์ระบุเอาไว้


นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า แต่การประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่รับรองมีการนำบัญชีอื่นมาใช้ในการรับรอง จำนวน 55,193 คน ส่งไปบรรจุตามที่ต่างๆ แต่หลังจากเหตุการณ์ทุจริตปรากฏ มีการนำบัญชีที่ถูกต้องที่มีอยู่แล้วนำมาใช้ หลังตรวจสอบแล้วมีอยู่ 50,064 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ที่สอบด้วยความสุจริตจำนวน 49,268 คน มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สอบไม่ผ่านเลยเพื่อแก้คะแนนให้ผ่านจำนวน 5,129 คน และมีคนที่สอบผ่านแต่ไม่รู้จะแก้คะแนนด้วยเหตุใดเพื่อเลื่อนลำดับขึ้น 790 คน และบัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ที่ไม่ได้มีการตรวจใหม่ เป็นบัญชีเดิม แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ ขณะนี้ประธาน กสถ. ได้ลงนามแล้ว ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 17-27 ก.ค. เป็นเวลา 10 วัน ซึ่ง สถ. ใช้คนตรวจสอบควบคู่กับเครื่องอีกรอบหนึ่ง เพื่อลดความผิดพลาดให้ถูกต้องมากที่สุด


นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้แอ็คชั่นที่ 9 จะเรียกประชุม กสถ. อีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับผู้สอบแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากคะแนนต่ำ ซึ่งไม่ควรได้บรรจุ แต่บรรจุไปแล้ว 5,000 กว่าคน จะมีวิธีแจ้งไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) แต่ละจังหวัด และกลุ่มที่สามที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่มีการแก้คะแนนทั้งๆที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะล่าช้าแต่ได้ดำเนินการมาถึงจุดที่ถูกต้องแล้ว


นายนิรัตน์ ยังกล่าวเกี่ยวกับแนวคิดจากประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในการขึ้นแบล็คลิสต์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เหตุทำงานไม่เสร็จ ว่า มีการคุยเรื่องนี้อยู่ เนื่องจากเกิดความเสียหายในวงกว้าง และกระทบกับคนหมู่มาก โดยกำลังหารือสำนักงานกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง สำนักงานอัยการสูงสุดว่าดำเนินการอย่างไรให้ถูกกฎหมาย และเป็นไปตามเป้าหมายพร้อมทั้งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น


ซึ่งกลุ่มที่หนึ่งที่มีคะแนนสอบผ่าน หลังประกาศใหม่ คะแนนไม่ได้เปลี่ยนแปลง รับราชการตามปกติ เพราะเป็นกลุ่มที่มีคะแนนมากอยู่แล้วจำนวนกว่า 10,000 คน ต้องยอมรับว่า มีการจัดแล็งกิ้งใหม่ ทำให้ลำดับผลการสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลง จำนวน 11,030 คน ซึ่งมาด้วยความสามารถล้วนๆ สถานะไม่เปลี่ยนรับราชการต่อได้ เพราะไม่มีข้อบกพร่องอะไร


ส่วนที่บรรจุไปแล้วก่อนหน้านี้จำนวน 14,988 คน รวมถึงจำนวนผู้สอบเอง และมีการตกแต่งบัญชี แต่จากจำนวนกว่า 5,000 คนที่คะแนนไม่ถึงตามมาตรฐาน ก็จะหลุดจากการบรรจุข้าราชการเลย หรือหมายถึงการเลิกจ้าง ซึ่งมีผู้สอบไม่ผ่านเลยจำนวน 5,129 คน บรรจุไปแล้วกว่า 3,000 คนที่จะต้องถูกเพิกถอน


นายนิรัตน์ กล่าวถึงความคืบหน้าในแอ็คชั่นที่ 10 หลัง กสถ. กำหนดวิธีปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลที่สอบทั้ง 3 กลุ่ม จะนำเข้าสู่ ก กลาง เพื่อรับทราบบัญชีเก่า บัญชีใหม่ และเห็นชอบกับวิธีปฏิบัติหลังจากที่นำบัญชีใหม่มาใช้แล้ว ต่อไปจะแจ้งไปยัง ก. จังหวัดต่างๆ พร้อมบัญชีรายชื่อจังหวัดนั้นๆ เท่านั้นว่าคนที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการต่ออย่างไรบ้าง โดยแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ละแห่งว่าจะดำเนินการแต่ละคนด้วยเหตุผลในข้อกฎหมายแตกต่างกันไป