“ศศิกานต์” จี้ “สธ.” รื้อโครงสร้างสาธารณสุขครั้งใหญ่ ชู 3 มาตรการเด็ดขาด สะดุดเหตุสลด “สามีครูทราย-โต๊ะจีน ICU”


วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกรัฐบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งปฏิรูปโครงสร้างสาธารณสุขครั้งใหญ่ เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน หลังเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีการเสียชีวิตของสามีครูทรายที่จังหวัดราชบุรี และล่าสุดกรณีทารกวัย 5 วัน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอ่างทอง

นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า แม้กรณีโรงพยาบาลอ่างทอง ผลทางการแพทย์จะระบุว่าทารกเสียชีวิตจากความรุนแรงของโรค แต่ปรากฏภาพการจัดเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะจีนภายในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อขั้นพื้นฐานของผู้มีอำนาจในระบบอย่างชัดเจน

“เหตุการณ์ทั้งสองเรื่องนี้กำลังบอกเราว่า กระทรวงสาธารณสุขมีขยะกองใหญ่อยู่ใต้พรม และพรมผืนนั้นกำลังถูกเปิดขึ้นมาโดยมีชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน เราไม่อาจปล่อยให้ทุกความสูญเสียจบลงแค่การไหว้สวยออกสื่อได้อีกต่อไป” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

นางสาวศศิกานต์ ได้เสนอ 3 มาตรการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขใช้อำนาจตามกฎหมายจัดการอย่างเด็ดขาด ประกอบด้วย ใช้กฎหมายคุมมาตรฐานสถานพยาบาลขั้นเด็ดขาด กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย หากพบกรณีโรงพยาบาลอ่างทองมีความเสี่ยงต่อสุขอนามัยจริง เสนอให้ใช้บทลงโทษตามมาตรา 50 สั่งปรับปรุงหรือพักใช้ใบอนุญาตทันที ส่วนกรณีที่ จ.ราชบุรี ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตรวจสอบการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินและเอาผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ล้างบางระบบสองมาตรฐาน ยกระดับโรงพยาบาลคู่สัญญา อ้างอิง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 10 ที่ระบุว่าประชาชนต้องได้รับบริการสิทธิสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน โดยเสนอให้ออกประกาศกระทรวงตรวจสอบโรงพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสุขภาพทั่วประเทศ หากพบปล่อยให้บุคลากรที่ไม่พร้อมมาปฏิบัติงานในจุดวิกฤตจนเกิดการสูญเสีย ให้ลงโทษทางสัญญาด้วยการลดโควตาผู้ประกันตน หรือยกเลิกสัญญา (Blacklist) ทันที

เอาผิดทางวินัยและอาญากับผู้บริหารที่ละเลย ยกเลิกวัฒนธรรมการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในเพื่อยื้อเวลา และหยุดการตรวจสอบกันเอง หากพบผู้บริหารโรงพยาบาลละเลยหน้าที่จนทำให้ประชาชนเสียชีวิต ต้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) และรับโทษทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น

นางสาวศศิกานต์ ย้ำทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้างบางขยะใต้พรมครั้งใหญ่ เพื่อดึงความเชื่อมั่นของคนไทยกลับคืนมา และอย่าปล่อยให้ทุกเคสจบลงเพียงแค่การไหว้สวยออกสื่ออีกต่อไป