ครม. อนุมัติยกเว้นภาษีเงินได้ให้ทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนกำหนด ทั้งเงินช่วยเหลือและเงิน กบข. ไม่ต้องนำมาคำนวณภาษี 


วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) ของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2570

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือที่ได้รับตามโครงการ และเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนการปรับโครงสร้างกำลังพลของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ตั้งเป้าปรับขนาดอัตรากำลังพลให้เหมาะสม ลดความคับคั่งของทหารระดับสูง และประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรในระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีในครั้งนี้ กำหนดให้เงินช่วยเหลือ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับจากกระทรวงกลาโหม และเงินหรือผลประโยชน์จาก กบข. เมื่อออกจากราชการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งใช้หลักเกณฑ์เดียวกับโครงการเกษียณก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมในช่วงปีงบประมาณ 2557–2561

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมข้าราชการทหารชั้นยศพันเอก นาวาเอก และนาวาอากาศเอกขึ้นไป ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี และมีเวลาราชการเหลืออย่างน้อย 2 ปี โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อนประมาณ 7–10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นตามที่กำหนด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า การยกเว้นภาษีครั้งนี้จะช่วยให้ทหารที่เข้าร่วมโครงการได้รับเงินช่วยเหลือเต็มจำนวน เป็นแรงจูงใจให้การปรับโครงสร้างกำลังพลบรรลุเป้าหมาย แม้กระทรวงการคลังจะประเมินว่า การเว้นภาษีจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี หรือรวม 120 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีของโครงการก็ตาม แต่ถือว่าคุ้มค่าในการบรรเทาภาระข้าราชการและช่วยให้รัฐบริหารงบประมาณบุคลากรได้มีประสิทธิภาพในระยะยาว