ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 31 ส.ค. นี้ พร้อมปลดล็อกเกณฑ์รถเก่า ไม่นับรถยนต์อายุเกิน 20 ปีและรถจักรยานยนต์เกิน 15 ปีเป็นทรัพย์สินตัดสิทธิ หวังช่วยผู้ตกเกณฑ์กว่า 9.3 ล้านราย ก่อนเปิดใช้สิทธิผู้ถือบัตรเดิมและผู้ผ่านรอบใหม่พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ต.ค.นี้


วันที่ 27 ก.ค. 2569 เมื่อเวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้เลื่อนกำหนดการยื่นอุทธรณ์ กรณีผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมสิ้นสุด 31 ก.ค. เป็นวันที่ 31 ส.ค. 2569 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ขอให้ขยายเวลาการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจนถึง 30 ก.ย. สำหรับผู้ถือบัตรเดิม สามารถใช้สิทธิได้ต่อ และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสำหรับชุดใหม่ จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน คือ 1 ต.ค. 2569


“งบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะทำให้มีประสิทธิภาพ แต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ทบทวนใหม่ เป็นความพยายามของรัฐบาลมาก คนที่ไม่ได้อาจจะไม่พอใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือกลุ่มคนที่ไม่ได้บัตรมาก่อน นโยบายคือเมื่อเราบริหารจัดการอย่างโปร่งใส สิทธิที่ควรจะได้อยู่กับใครจำนวนเท่าไหร่ ไม่ใช่ประเด็น รัฐบาลต้องดำเนินการให้เพียงพอ ตรงกับบุคคลที่จะได้รับสิทธิ” นายสิริพงศ์ กล่าว


สำหรับรถยนต์หากอายุ 20 ปี จะตัดออกจากข้อมูลที่จะส่งกระทรวงการคลัง โดยตัดออกจากเกณฑ์ให้ทันที ขณะที่รถจักรยานยนต์กำหนดเกณฑ์ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป (ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี) ส่วนกรณีที่สิ้นสภาพ คืออายุไม่ถึง 20 ปี แต่ระบุว่ารถใช้งานไม่ได้ เป็นต้น จะต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์ เป็นต้น


“รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี และรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี จะถือว่ามูลค่าต่ำและไม่นำมาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ เว้นแต่จะเป็นรถคลาสสิกที่มีมูลค่าสูง” นายสิริพงศ์ กล่าว


นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม.มีมติที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.คนกลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่ จะสามารถใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย. 2569 ขณะที่ 2.คนกลุ่มใหม่ จะสามารถใช้สิทธิได้ 1 ต.ค. นี้


ทั้งนี้ ได้ขยายการยื่นทบทวนสิทธิ ถึง 31 ส.ค.นี้ จากเดิมถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 ขณะที่การยื่นเอกสาร ให้สามารถยื่นได้ถึง 20 ก.ย. นี้ จากเดิมสิ้นสุด 16 ส.ค. นี้ ขณะเดียวกัน ยังได้จัดตั้ง One Stop Service เพื่อเพิ่มความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชน


“วันนี้ คนที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนรอบนี้ 9.3 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ผ่านแน่ๆ กลุ่มที่คิดว่าผ่าน แต่ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้เสียสิทธิซึ่งจะขอให้ทบทวนสิทธิ และกลุ่มที่ 3 พบว่า ถูกเอาชื่อไปใช้ หรือจดทะเบียนบริษัท ครอบครองทรัพย์สิน ที่ดิน ยานพาหนะ เกณฑ์นักศึกษา ซึ่งมีการพบนอมินี ดังนั้น จะต้องมีการกรองอีกที” นายลวรณ กล่าว


สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จากเงื่อนไขบัญชีหลักทรัพย์บางประเภท แต่เป็นบัญชีที่ไม่ได้มีการใช้งานจริง เช่น การเปิดบัญชีในช่วงที่มีโปรโมชั่นหรือได้รับของสมนาคุณจากบางบริษัท ขอให้ดำเนินการปิดบัญชีดังกล่าว และยื่นทบทวนสิทธิหากข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง


ส่วนกรณีนักเรียน นักศึกษานอกระบบ รวมถึงผู้ที่ติดเงื่อนไขด้านยานพาหนะ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลกลับมาพิจารณาอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15-20 ปี ซึ่งจะพิจารณาตามมูลค่าและสภาพทรัพย์สิน พร้อมย้ำให้ประชาชนที่พบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง กดยื่นทบทวนสิทธิ เพื่อให้ภาครัฐตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลต่อไป


นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิผ่าน แอปเป๋าตัง ทางรัฐ เว็บไซต์กรมการปกครอง ธนาคารทั้ง 5 แห่ง ที่กำหนดให้ตรวจสอบสิทธิ โดยเน้นย้ำให้แต่ละอำเภอประชาสัมพันธ์เป็นวงกว้าง กรมการปกครอง ได้แจ้งให้อำเภอจัดตั้งหน่วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ผู้ที่เดินทางมาติดต่อราชการไม่สะดวก สำหรับการยืนยันตัวตน e-KYC ด้วย


นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ โดยในเรื่องของรถ มีประเด็น รถที่ไม่ได้ใช้ รถสูญหาย เป็นต้น ส่วนนักศึกษา ทางกระทรวงศึกษากำลังเร่งทำข้อมูล หากไม่แน่ใจ ขอให้ยื่นทบทวนสิทธิเข้ามา