“อนุทิน” ฉะบอกแอคชั่นแล้ว 7 เรื่องปมโกงสอบท้องถิ่น เย้ย “ก กลาง” เตือนแล้วไม่ฟัง ขัดนโยบายไม่ชะลอตั้งข้าราชการท้องถิ่น ลั่น “เซนส์นายกฯถูกต้อง-เชื่อนายกรัฐมนตรีดีกว่า”


วันที่ 27 ก.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น จะมีการแอคชั่นอะไรหรือไม่ หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีรายงานผลการสอบข้อเท็จจริง นายอนุทิน ย้อนกลับทันทีว่า ได้ติดตามข่าวบ้างหรือไม่ ตอนนี้มีการแอคชั่นหลายอย่าง 

แอคชั่นที่ 1 ย้ายผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปยังสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย 

แอคชั่นที่ 2 ตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่าใบประกาศผลคะแนนและใบคำตอบ คะแนนไม่ตรงกัน 

แอคชั่นที่ 3 ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต 

แอคชั่นที่ 4 ตั้งนายปกรณ์ มาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ 

แอคชั่นที่ 5 ให้ความร่วมมือกับตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีการติดตามออกหมายเรียก ออกหมายจับ และจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับประกันตัวและดำเนินคดีต่อไป 

แอคชั่นที่ 6 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือ กสถ.เตรียมยกเลิกบัญชีข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน แล้วส่งให้จังหวัดดำเนินการตามกฎหมาย และ

แอคชั่นที่ 7 ขอให้รอดูการออกหมายเรียก การออกหมายจับ มีการขยายผลไปถึงที่พบทั้งเส้นเงินและความเชื่อมโยง แล้วแบบนี้ทำไมถึงบอกว่าไม่ทำอะไร

เคยเตือน กสถ.แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มีการท้วงติงให้ชะลอการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นก่อน แต่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก. กลาง ต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เลยไปแล้ว ตอนแรกมีการท้วงติงไปแล้ว แต่คณะกรรมการมีอำนาจออกมติเองได้ ถามว่าขัดนโยบายนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ก็ต้องยืนยันกลับไปว่า เขามีอำนาจ  แต่สุดท้ายเมื่อข้อเท็จจริงหลายอย่างออกมา เขาก็ไปดู ขณะเดียวกัน กสถ.มีคณะกรรมการ, คนในกรม, ตัวแทนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ


“สุดท้ายก็เป็นไปตามที่ผมท้วงติงไว้ ซึ่งแสดงว่าเซ้นส์ของผมถูก แต่ของพวกเขา ก็ใช้ดุลพินิจ ไม่เกี่ยวกับผม ซึ่งพอไม่สนแล้วเกิดอะไรขึ้น ก็บอกแล้วให้เชื่อนายกรัฐมนตรีดีกว่า” นายอนุทิน กล่าว


เมื่อถามว่าเป็นบทเรียนที่อันตรายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ว่าจะอันตรายหรือไม่อันตราย เพราะในเมื่อตนเองบอกแล้วว่าไม่น่าจะใช่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งอย่างน้อยคนที่อยู่ใน กสถ. 6 คน ที่เป็นข้าราชการประจำในกระทรวงที่ตนเองดูแล ก็ถูกเดินตามนโยบายของตน


เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การยกเลิกบัญชีข้าราชการท้องถิ่น ถือว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนนั้นก็เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ ส่วนเรื่องการดำเนินคดี มีตำรวจ, ป.ป.ช. และคณะทำงานของนายปกรณ์ ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมตรวจสอบ ดังนั้น ไม่มีทางที่จะหลุดออกไปได้เลย