รัฐบาล เปิดตัวแอป “Thai Street Gold Star” ครั้งแรกของประเทศ ผลักดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานสากล หนุน SMEs เข้าถึงนักท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs ให้แตะร้อยละ 40 ภายใน 5 ปี


วันนี้ 26 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดไทย เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผลักดันอาหารริมทางไทยสู่มาตรฐานสากล โดย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม Roadshow Thailand Food Therapy Festival & Thai Street Gold Star พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Thai Street Gold Star” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย 


โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งใช้จุดแข็งของอาหารริมทางไทยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการฐานราก และผลักดันอาหารไทยให้เป็นจุดแข็งของประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก (Gastronomy Wellness Destination) พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs ให้แตะร้อยละ 40 ภายใน 5 ปี


นางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันสตรีทฟู้ดไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยกรุงเทพมหานครได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Time Out ให้เป็นเมืองอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568 ขยับขึ้นจากอันดับ 6 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ย่านบรรทัดทองยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในถนนที่ดีที่สุดของโลก สะท้อนเสน่ห์ของอาหารริมทางไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ ธุรกิจสตรีทฟู้ดของไทยยังมีมูลค่าตลาดกว่า 261,000 ล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของสตรีทฟู้ดไทยในฐานะกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมร้านสตรีทฟู้ดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานไว้ในที่เดียว ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาร้านอาหารริมทางคุณภาพได้อย่างสะดวก พร้อมข้อมูลเมนูแนะนำ พิกัดร้าน และข้อมูลการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นช่องทางการตลาดสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น


สำหรับร้านค้าที่ได้รับการรับรองจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Thai Street Gold Star ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Safety ความปลอดภัยและสุขาภิบาลอาหาร Signature อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของเมนู และ Service คุณภาพการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารริมทางของไทย และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยว


นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการอบรมด้านการวางแผนธุรกิจ การตลาดดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร พร้อมคัดเลือกร้านที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเข้าร่วมกิจกรรม Roadshow ใน 3 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี (พัทยา) และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาด พบปะผู้บริโภค และเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางการตลาดและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม


“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าอาหารไทยและสตรีทฟู้ดไทยเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ การยกระดับมาตรฐานควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ สร้างรายได้ให้ SMEs กระตุ้นการท่องเที่ยว และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว