“สาทิตย์” ชง 3 ข้อสังเกตคดีฮั้ว สว. ฝากถึง “กกต.-แสวง” หากปฏิเสธไม่สั่งฟ้อง เจอม.157 แน่ แนะดูคดี อดีตกกต. พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นตัวอย่าง พร้อมจี้รัฐบาล ต้องคุ้มครองพยาน


วันที่ 26 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา พรรคฝ่ายค้านร่วมจัดงานเสวนา “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมแสดงทัศนะถึงคดีนี้ว่า  ขอชื่นชมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และฝ่ายค้านที่จัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 2  และขอให้กำลังใจพยานทุกคนที่กล้าออกมาเปิดหน้าเพื่อพูดความจริงท่ามกลางความพยายามครอบงำการตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศ โดยเฉพาะนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ตนพร้อมจะดูแลความปลอดภัยให้หากรู้สึกไม่มั่นคงในการออกมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ทั้งนี้ขอตั้ง 3 ข้อสังเกตถึงรูปแบบของกระบวนการฮั้ว สว. ว่า  1.มีทั้งเอกสาร หลักฐาน พยานประกอบในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่มโนขึ้นมาเองแน่นอน  และขอประณามพฤติกรรมการแจกเสื้อเหลืองในกระบวนการดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่มีการนำความจงรักภักดีมากล่าวอ้างเพื่อทำในสิ่งที่ไม่ดี และ2.ขอฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า  กกต. มีหน้าที่ต้องใช้ระบบไต่สวน หมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ไม่ใช่รอคอยเพียงข้อมูลที่มีอยู่เดิม จึงขอฝากถึงนายแสวงและ กกต.กลาง ทุกคน  หากพวกคุณปฏิเสธกระบวนการนี้ วันหนึ่ง ถ้าตัดสินใจไม่ฟ้อง หรือไม่ยื่นศาลในคดีฮั้ว สว.  จะเจอมาตรา 157 แน่นอน ขอให้ดูคดีพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ  อดีตกกต.ที่ผ่านมาด้วย เพราะการฮั้ว สว. มันคือการรัฐประหารประชาธิปไตย เราจะปล่อยให้เกิดแบบนี้ไม่ได้


ชี้ข้อพิรุธ กกต.ทำตัวเองเสื่อม จี้รัฐ ต้องคุ้มครองพยาน


3.พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า กกต. ชุดใหญ่กำลังตกอยู่ในรัศมีแห่งความไม่ไว้วางใจของประชาชน เพราะพบกระบวนการที่ผิดปกติหลายอย่างในการพิจารณาคดีฮั้ว สว.  อาทิ กรณีอนุกรรมการชุดที่ 26 มีความเห็นให้ฟ้อง แต่กลับมีการตั้งอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาโต้แย้งและสั่งไม่ฟ้อง โดยกลับมติเดิม ทั้งที่เป็น กกต. ชุดใหญ่เดียวกัน  รวมถึงมติของ กกต. ที่ไม่รับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามารวมในสำนวนของ กกต.  เรื่องนี้ถือเป็นข้อพิรุธที่สำคัญที่สุด สำหรับตนเห็นว่า กกต. ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมีมติส่งเรื่องนี้ให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งนี้ ความกังวลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีที่เกี่ยวกับการข่มขู่พยานที่เกิดขึ้นว่า  นายอภิสิทธิ์ กังวลเรื่องนี้มากเพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรง  ซึ่งตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รัฐต้องมีหน้าที่คุ้มครองผู้ที่ออกมาให้เบาะแสและข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่  ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงฝ่ายค้าน ยืนยันว่า จะร่วมกันแสวงหาความร่วมมือเพื่อคุ้มครองพยานให้กระบวนการเดินหน้าไปสู่ความจริงได้ในที่สุด