“ซาบีดา” ยินดี “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จ.นครศรีธรรมราช ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม  ของยูเนสโก “สุชาติ” ชี้ เป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ


วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊กของ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอยู่ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ ได้เผยแพร่ไลฟ์สด การพิจารณาเสนอขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ของยูเนสโก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ (Busan Exhibition and Convention Center : BEXCO)

ซึ่งการพิจารณามีขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้ (ตรงกับ 13.00 น. ของประเทศไทย) การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลก จะมีการพิจารณาเสนอขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้เกณฑ์ คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ซึ่งสะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และความศรัทธาที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานกว่าพันปี

ในเวลาต่อมา น.ส.ซาบีดา ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จารึกประวัติศาสตร์! ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวไทย “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกจากองค์การ UNESCO นับเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ และแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย ความภาคภูมิใจจากแผ่นดินนครศรีธรรมราช สู่มรดกอันทรงคุณค่าของมวลมนุษยชาติ”

ทางด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เข้าร่วมลุ้นและนั่งข้าง น.ส.ซาบีดา เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กเช่นกัน ว่า บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ยินดีกับชาวนครศรีธรรมราชและประชาชนคนไทยทุกท่าน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ 

ประเทศไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีโลก หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติเห็นชอบให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจและสนับสนุนคณะผู้แทนไทยในการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการต่อคณะกรรมการมรดกโลก จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยได้สำเร็จ

สำหรับ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียน เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล เป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อด้านจิตวิญญาณ มีองค์ประกอบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศาสนาและศิลปกรรมที่ถ่ายทอดเชื่อมโยงผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทรมายาวนานกว่า 1,500 ปี อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่ยังคงสืบทอดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมกับหลักคำสอนทางศาสนาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

“ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จของประเทศไทยทั้งประเทศ เป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ และเราทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันอนุรักษ์และส่งต่อคุณค่านี้ไปยังคนรุ่นหลัง”