กรมที่ดินแจงปม "เขากระโดง" ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วน ยัน 995 แปลงออกโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้รอศาลชี้ขาด


วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุเตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลกรณีสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอ้างว่าเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น

ล่าสุดกรมที่ดินได้ออกเอกสารสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินบริเวณเขากระโดง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ครบถ้วน และย้ำว่าการทำงานที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามกฎหมาย คำพิพากษาศาล และหลักปกครองอย่างเคร่งครัด โดยสรุปสาระสำคัญได้เป็น 2 ประเด็นหลัก คือ คำพิพากษาศาลฎีกา-ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ไม่ครอบคลุมทั้ง 5,083 ไร่ และ รฟท. ไร้แผนที่แนบท้าย พ.ร.ฎ. และคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใน 3 คดีแพ่งเดิม มีผลผูกพันเฉพาะที่ดินคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงเพื่อเพิกถอนที่ดินแปลงอื่นนอกเหนือจาก 3 คดีนี้ได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากชาวบ้านนอกคดีย่อมมีสิทธิต่อสู้พิสูจน์สิทธิในชั้นศาล การอ้างว่าคำพิพากษาครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ จึงเป็นการขยายความเกินขอบเขต

เอกสารกรมที่ดินระบุด้วยว่า การที่อธิบดีกรมที่ดินจะมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต้องมีข้อเท็จจริงชัดเจนว่าออกโดยคลาดเคลื่อน แต่ รฟท. ไม่สามารถนำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2462 และ พ.ศ. 2464 ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการพิสูจน์ขอบเขตการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาแสดงได้ หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทั้ง 995 แปลง ออกไปโดยชอบตามขั้นตอนและระเบียบในขณะนั้น ซึ่งหลายร้อยแปลง รฟท. เคยเข้ารับรองแนวเขตเองว่าไม่อยู่ในเขต รฟท. รูปแผนที่ที่ รฟท. นำมาชี้ภายหลังเป็นแผนที่จัดทำขึ้นใหม่เมื่อปี 2539 (ยุคแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน) ไม่ใช่แผนที่แนบท้าย พ.ร.ฎ. จึงนำมาใช้เพิกถอนโฉนดไม่ได้

เอกสารระบุอีกว่า ศาลปกครองกลางเคยมีคำพิพากษาให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ (คำสั่งที่ 1195–1196/2566) และดำเนินการรังวัดตรวจสอบร่วมกับ รฟท. เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเมื่อ รฟท. ไม่สามารถนำส่งแผนที่แนบท้าย พ.ร.ฎ. ได้ คณะกรรมการฯ จึงมีมติเห็นควรยุติเรื่อง และปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ยกอุทธรณ์ของ รฟท. ตามลำดับ และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 241/2568 ชี้ว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนของอธิบดีกรมที่ดินเป็นการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลครบถ้วนแล้ว ส่วนข้อสังเกตเรื่องการรังวัดเป็นเพียงข้อแนะนำ ไม่มีสภาพบังคับ

ปัจจุบัน รฟท. ได้ยื่นฟ้องกรมที่ดิน อธิบดีกรมที่ดิน และปลัดกระทรวงมหาดไทย ต่อศาลปกครองกลาง (คดีหมายเลขดำที่ 395/2568) ซึ่งศาลได้สั่งรับพิจารณาเฉพาะประเด็นขอเพิกถอนคำสั่งยุติเรื่องและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นอกจากนี้ รฟท. ยังได้ยื่นฟ้องราษฎรผู้ถือครองที่ดิน 108 แปลง (24 คดี) ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการรังวัดจัดทำแผนที่พิพาทร่วมกับกรมแผนที่ทหาร

กรมที่ดินเน้นย้ำว่า ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและขั้นตอนทางกฎหมายครบถ้วนทุกประการ และเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งในศาลปกครองกลางและศาลจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ทุกฝ่ายจึงควรรอผลคำพิพากษาอันถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและเป็นหลักประกันสิทธิในที่ดินทั้งของรัฐและประชาชนต่อไป