“ลลิดา” รองโฆษกรัฐบาลเผย อัครราชทูตจีนชี้การเยือนจีนของนายกฯ อนุทิน ประสบความสำเร็จ ย้ำการทูตดนตรี ช่วยกระชับมิตรภาพไทย-จีน พร้อมเดินหน้าผลักดันผลการเยือนสู่ประโยชน์ที่จับต้องได้ของประชาชน
วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนายอู๋ จื้ออู่ (吴志武) อัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถึงผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ขับร้องเพลง “เถียนมี่มี่ (甜蜜蜜)” (เถียน มี่ มี่ แปลว่า “หวานชื่น”) ของเติ้ง ลี่จวิน ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เป็นเจ้าภาพ ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนของทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก
นายอู๋ จื้ออู่ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบันมีความแน่นแฟ้นในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์ ระดับรัฐบาล ไปจนถึงระดับประชาชน โดยการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวางจากประชาชนชาวจีน ขณะที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงเป็นที่เคารพรักของประชาชนจีน และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
อัครราชทูตจีนกล่าวว่า การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอนุทินครั้งนี้ เป็นการเยือนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยนายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน พร้อมทั้งเดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้และนครเฉิงตู พบผู้ประกอบการชั้นนำของจีนหลายราย ซึ่งต่างแสดงความเชื่อมั่นและพร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามข้อตกลง 15 ฉบับ และออกแถลงการณ์ร่วม ซึ่งสะท้อนถึงฉันทามติในการยกระดับความร่วมมือไทย–จีนในระยะต่อไป
นายอู๋ จื้ออู่ กล่าวว่า ดังที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีอนุทินว่า “มิตรภาพจีน–ไทยที่สืบทอดมายาวนานนับพันปี ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จนหล่อหลอมเป็นความสัมพันธ์แบบ 'จีนไทยพี่น้องกัน' จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยในกรอบการทูตประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้และพึ่งพาได้ของไทยมาโดยตลอด”
นายอู๋ จื้ออู่ กล่าวต่อว่า ภารกิจสำคัญหลังจากนี้ คือการร่วมกันผลักดันฉันทามติของผู้นำทั้งสองประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากความร่วมมือ และรู้สึก “หวานชื่นดั่งเถียนมี่มี่” อย่างแท้จริง
เมื่อถูกถามถึงบทบาทของดนตรีและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ นายอู๋ จื้ออู่ กล่าวว่า เพลง “เถียนมี่มี่” เป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในจีน ไทย และในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล การขับร้องเพลงดังกล่าวในโอกาสที่มิตรสหายได้พบปะกัน ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความเข้าใจอันดีระหว่างกัน “ผมเรียกสิ่งนี้ว่า การทูตดนตรี (Music Diplomacy) ซึ่งสามารถชนะใจผู้คนได้ พวกเราทุกคนต่างปรบมือและชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีเป็นเสียงเดียวกัน”
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ถ้อยแถลงของอัครราชทูตจีนสะท้อนให้เห็นว่า การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีและคณะได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งในมิติความสัมพันธ์ระดับผู้นำ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะเร่งผลักดันผลลัพธ์จากการเยือนครั้งนี้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ที่ประชาชนไทยและจีนสามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริง พร้อมสานต่อความสัมพันธ์ไทย–จีนในทศวรรษใหม่ภายใต้หลักการ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”