“โสภณ” เตือนสติสังคม ถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยกินได้ ต้องหลุดกับดักความขัดแย้ง พร้อมฝากอนาคตชาติไว้กับคนรุ่นใหม่


วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย กิจกรรมรวมรุ่นเยาวชนเพื่อการสร้างความเป็นพลเมือง ประจำปี 2569 ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ยุวชนประชาธิปไตย พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "พลังเยาวชนกับการพัฒนาประชาธิปไตยในยุคใหม่" โดยมีตัวแทนยุวชนประชาธิปไตยจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 400 คน ณ อาคารรัฐสภา

นายโสภณ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า เยาวชนในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาชาติและเอกราชไว้ก่อน จึงจะมีความเป็นประเทศให้เราได้อยู่อาศัย ทั้งนี้ การปกครองไม่ว่าจะระบอบใด เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้พลเมืองมีความสุข จึงอยากเห็น ประชาธิปไตยกินได้ที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่นักฝันกลางวันและวัดกันที่การกระทำไม่ใช่คำพูด

ประธานรัฐสภา เน้นย้ำว่า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องนำมาถกเถียงกันด้วยเหตุผลในเวทีสภา ไม่ใช่การอ้างเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว แต่หากโน้มน้าวไม่ได้และต้องลงมติ เมื่อผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ วันนี้บ้านเรายังติดกับดักตรงนี้อยู่ แพ้มติก็ไม่ยอมรับ จึงเป็นเหตุให้เรายังติดอยู่กับความขัดแย้ง อยากให้รักษาสิ่งดีงามที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้ และตนรังเกียจคนที่มองคนอื่นไม่เป็นมนุษย์หรือแบ่งแยกชนชั้น เพราะคุณค่าชีวิตของทุกคนเท่ากัน

ในโอกาสนี้ นายณัฐศักดิ์ สาริกา ยุวชนประชาธิปไตยจังหวัดพิจิตร ประจำปี 2566 ได้เป็นตัวแทนยื่นข้อเสนอเชิงนิติบัญญัติในการเสริมสร้างพลเมืองตื่นรู้ โดยเน้นย้ำถึง ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สินของประชาชน โดยนายโสภณ ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญและขับเคลื่อนมาโดยตลอด และจะยังคงทำอย่างต่อเนื่องต่อไป

จากนั้น ประธานรัฐสภาได้มอบเกียรติบัตรแก่ยุวชนประชาธิปไตยต้นแบบในสาขาต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการสร้างเครือข่ายเยาวชนตื่นรู้เพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป