“เจเศรษฐ์” หารือ “รมว.คมนาคม สหราชอาณาจักร” แลกเปลี่ยนแนวทางลดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ สนใจโมเดล “ด่านชุมชน” ของไทย


วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับสูงขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้เข้าร่วมหารือทวิภาคีกับนางลิเลียน กรีนวูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางยกระดับความปลอดภัยทางถนน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์


การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสนใจของฝ่ายสหราชอาณาจักร ซึ่งต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศไทย หลังยังคงเผชิญปัญหาผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในระดับที่น่ากังวล แม้จะเป็นประเทศที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับสูงก็ตาม จึงได้ขอศึกษามาตรการและแนวทางที่ประเทศไทยนำมาใช้ในการลดการสูญเสียบนท้องถนน โดยเฉพาะบทบาทของภาคชุมชนในการสร้างความปลอดภัยทางถนน


นายเจเศรษฐ์ ได้กล่าวถึงมาตรการสำคัญของประเทศไทยในการลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจัง ส่งผลให้การสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การที่ประเทศไทยมีการใช้รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซี เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะการใช้งานแตกต่างจากหลายประเทศ และการขับเคลื่อน “ด่านชุมชน” ที่อาศัยพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่


มท.3 กล่าวว่า ด่านชุมชนเป็นมาตรการที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว โดยมีฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และภาคประชาชน ร่วมกันตั้งจุดเฝ้าระวัง ตักเตือน และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในระดับหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่ช่วยลดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม


นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การที่สหราชอาณาจักรให้ความสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าการยกระดับความปลอดภัยทางถนนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนควบคู่กันไป โดยประเทศไทยพร้อมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมผลักดันเป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น


ในโอกาสนี้ นายเจเศรษฐ์ ยังได้ฝากความห่วงใยถึงนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักรที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่เช่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์เพื่อเดินทางด้วยตนเอง ขอให้ศึกษากฎจราจรและเส้นทางก่อนออกเดินทาง สวมใส่อุปกรณ์นิรภัยที่ได้มาตรฐานทุกครั้ง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด และหลีกเลี่ยงการขับขี่ในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด


นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางกลับถึงประเทศไทย จะเร่งรัดขับเคลื่อนมาตรการ “ด่านชุมชน” ทันที พร้อมสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และภาคประชาชน เตรียมความพร้อมจัดตั้งด่านชุมชนให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว 4 วันของสัปดาห์หน้า โดยเน้นการเฝ้าระวัง ตักเตือน และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสีย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า “ด่านชุมชน” จะเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยจะเร่งผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางในประเทศไทย