“ไผ่” สวน “มนพร” อย่าร้อนตัว ลั่น พรรคกล้าธรรมไม่ได้หวง ก.เกษตรฯ แต่มีประสบการณ์ “อรรถกร” ซัด อย่าเอามาตรฐาน “สุริยะ” มาเหมารวมคนอื่น ชูยุค “ธรรมนัส” ไม่มีเรื่องประโยชน์ส่วนตัว-พวกพ้อง


วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์กรณี นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม หลังออกมาวิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (อ่านเพิ่มเติม : “มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น ยัน “สุริยะ” ยึดเหมาะสมไม่มีเรียกผลประโยชน์) ว่า ความจริงตนกับ นางมนพร ก็มีความสนิทสนมกัน แต่ก็ขอฝากถึงนางมนพร ว่า จริงๆ แล้วพรรคกล้าธรรมไม่ได้ยึดติดกับกระทรวง เราไม่ได้บอกว่ามีเรื่องดังกล่าวจริงๆ อย่าร้อนตัว เพราะสิ่งที่ออกมาเราออกมาพูดแล้วว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบนั้น และสิ่งที่เราได้ข้อมูลมาเป็นเรื่องของคนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่พูดออกมา ต้องขอบคุณที่กล้าออกมายอมรับ และสิ่งที่บอกว่าเรายึดติดทั้งหมด

“ยืนยันว่าเราไม่ได้ยึดติดกับกระทรวงเกษตรฯ และสิ่งที่ทำงานมาตลอด ต้องยอมรับว่าเราก็ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นใครเราก็รู้กันอยู่แล้ว”

นายไผ่ เผยต่อไปว่า หากเราได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ เราย่อมทำสำเร็จแน่นอน หลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ด้วยงบประมาณ ซึ่งบางทีที่ขอไปแล้วไม่ได้ก็มี ทำให้เราแก้ปัญหาได้ไม่เต็มที่ ส่วนเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ หรือไม่เรียกรับผลประโยชน์ ตนก็ต้องบอกจริงๆ ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำเราย่อมมีหลักฐาน ถ้าเราไม่มีหลักฐานเราไม่พูด สิ่งที่เราขยายความตั้งแต่แรกออกมา เราแค่ออกมาเตือนว่าอย่าให้มีการย้ายข้าราชการแบบที่เราคิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มี แต่ถ้ามีออกมามันก็เป็นแบบที่เราคิด เพราะเราจะไม่รู้ก่อนแน่นอน

เมื่อถามว่าหากมีการโยกย้ายข้าราชการจริง มองว่าเป็นการล้างบางคนของพรรคกล้าธรรมในกระทรวงหรือไม่ นายไผ่ ตอบว่า จะล้างบางหรือไม่ล้างบางเราไม่ได้สนใจ แต่ประเด็นของเรา คุณจะเปลี่ยนใคร คุณอยู่ในอำนาจ คุณมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนคนที่ทำงานเข้ากับคุณได้ ถ้าคนที่คุณเปลี่ยนเพราะทำงานไม่ได้ แต่ถ้าเขาทำงานได้แต่ไม่ตอบสนองเรื่องอื่น อันนี้เป็นหน้าที่ฝ่ายค้าน เราก็ต้องมาดู

นายไผ่ กล่าวต่อไปว่า หากสมมติว่ามีการทำแบบนั้นขึ้นมาจริง ตนมั่นใจว่าสิ่งที่นางมนพรบอกมา จะกระทบขวัญกำลังใจคนทำงาน ตนเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทำ ท่านอาจจะไปสร้างขวัญกำลังใจคนทำงานเพียงกลุ่มน้อย แต่คนทำงานกลุ่มใหญ่จะเสียขวัญกำลังใจมากกว่า แต่ที่สำคัญมันไม่ใช่ขวัญกำลังใจคนทำงาน แต่ต่อไปนี้ผลงานกระทรวงเกษตรฯ จะออกมาไม่ดี เพราะอาจจะมีการกินเปอร์เซ็นต์กันมากขึ้น แต่เชื่อว่าเราตรวจสอบได้อยู่แล้ว หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เช่น กรมชลประทาน แต่เราเชื่อว่าจะมีเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ส่วนคำถามว่าจะมีการนำเรื่องนี้ไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายไผ่ ระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรายังไม่มีหลักฐานหนักๆ แต่ถ้าทำแล้วมีหลักฐาน หากเราเจอเราก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว อีกอย่างเราไม่ได้ทำเพราะเราไปหวง แต่ต้องเข้าใจว่าเรามีประสบการณ์ทำงานในกระทรวงเกษตรฯ ทำให้รู้กลไกการทำงาน

“อรรถกร” เดือด อย่าเอามาตรฐาน “สุริยะ” มาเหมารวมคนอื่น

ทางด้าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยร่วมบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นว่า นางมนพร อาจยังไม่เข้าใจการทำงานภายในกระทรวงอย่างแท้จริง ขออย่านำมาตรฐานการทำงานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเหมารวมว่า ผู้อื่นจะต้องเป็นเช่นเดียวกัน

“การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมาวิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการทะเลาะกันในฐานะพรรคการเมือง เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นเจ้าของที่ แต่เนื่องจากว่าท่านมีความห่วงใยต่อข้าราชการที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด กำลังสูญเสียขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะที่พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน หากรัฐมนตรีบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี พรรคฝ่ายค้านคงไม่สามารถไปตำหนิการทำงานของท่านได้”

นายอรรถกร เผยต่อไปว่า มาตรฐานของรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม คือการตั้งใจทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหา และเราเชื่อว่าระหว่างที่เรามีหน้าที่บริหารกระทรวงเกษตรฯ นั้น ข้าราชการของกระทรวงต่างก็ให้ความร่วมมือกันเต็มที่ การแก้ไขปัญหาของภาคเกษตร เข้าใจว่าต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่ในยุคของ ร.อ.ธรรมนัส ปัญหามันค่อยๆ ได้รับการคลี่คลาย เพราะท่านมุ่งเน้นการทำงาน ไม่ได้คิดถึงเรื่องของประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง โดยทุกวันนี้ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและข้าราชการที่ตั้งใจทำงานยังให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส อยู่เลย เนื่องจากไม่สบายใจกับแนวทางการบริหารงานในปัจจุบันของนายสุริยะ

“ตลอดระยะเวลาที่ท่านสุริยะเข้ามารับตำแหน่ง ผมขอตั้งคำถามว่าท่านเคยลงไปถามเกษตรกรหรือไม่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะวันนี้เกษตรกรจำนวนมากยังเผชิญวิกฤติ ขณะที่ท่านกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่ต้องลงมือทำ ไม่ใช่กระทรวงที่เน้นถ่ายรูป ถ้าจะพิสูจน์ผลงานก็ลงไปถามเกษตรกรดูว่าทุกวันนี้ลืมตาอ้าปากได้หรือยัง อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับนายทุน จนลืมคนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง”

พร้อมกันนี้ นายอรรถกร ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้ชาวนาที่ปลูกข้าวนาปีโดยเร็วที่สุด ถ้ารัฐมนตรีสุริยะ เห็นความเดือดร้อนของชาวนาสำคัญจริง ก็ต้องลงมือทำทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวนารอคอยต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้.