สภา กทม. เห็นชอบวาระแรก แก้ข้อบังคับการประชุม เปิดทางถ่ายทอดสด พร้อมตั้ง กมธ.วิสามัญ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน สก.ส่วนใหญ่ อภิปรายสนับสนุน ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการทำงาน สก. ได้มากขึ้น

 

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) โดยช่วงหนึ่ง นายฉัตรชัย หมอดี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางนา เสนอญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมเสนอให้พิจารณา 3 วาระรวด

นายฉัตรชัย กล่าวว่า การแก้ไขข้อบังคับครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของ สก. และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานได้มากขึ้น ผ่านการกำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม การเปิดเผยผลการลงมติของสมาชิก รวมถึงการปรับปรุงข้อบังคับให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล อาศัยอำนาจตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528


จากนั้น นายนภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย อภิปรายว่า โดยหลักการเห็นด้วยกับการเปิดเผยการทำงานของสภา แต่กังวลเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดการประชุม เนื่องจาก สก. ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จึงตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบหากเกิดผลกระทบทางกฎหมายจากการถ่ายทอดสด ทางด้านประธานสภา กทม. ชี้แจงว่า ไม่สามารถควบคุมความคิดเห็นของประชาชนในสื่อสังคมออนไลน์ได้ พร้อมระบุว่า การทำหน้าที่ผู้แทนย่อมต้องพร้อมรับทั้งคำชื่นชมและคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน

ต่อมา นายวิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก กล่าวอภิปรายสนับสนุนหลักการของร่างดังกล่าว เพราะจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการทำงานของสภาได้มากขึ้น พร้อมเสนอเพิ่มเติมให้กำหนดการเผยแพร่รายงานการประชุมสภาภายหลังได้รับการรับรองแล้ว ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นเดียวกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเสนอให้เปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสาระการพิจารณาและการแก้ไขปัญหาของแต่ละคณะกรรมการได้

ด้าน นางสาวมธุรส เบนท์ สก.เขตสะพานสูง อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขข้อบังคับใน 2 ประเด็น ได้แก่ การเปิดเผยร่างข้อบัญญัติและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพิ่มเติม โดยให้เพิ่มบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้สภาหรือคณะกรรมการจัดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อบัญญัติได้ รวมทั้งเสนอให้กำหนดหน้าที่ของประธานสภา กทม. ในการจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม พร้อมจัดล่ามภาษามือเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนและผู้พิการทางการได้ยิน


นายอดิศร ฤกษ์ลักษณี สก.เขตดอนเมือง ระบุว่า การถ่ายทอดสดจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้สมาชิกสภามีความรอบคอบในการเตรียมข้อมูลและอภิปราย อีกทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนรับรู้ถึงแนวคิดและการทำหน้าที่ของผู้แทนที่ได้รับเลือกตั้ง ส่วน นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สก.เขตคลองสาน กล่าวว่า แม้จะเข้าใจหลักการของการถ่ายทอดสด แต่เห็นว่าความโปร่งใสไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถ่ายทอดสดเพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนที่ต้องสามารถตรวจสอบได้


ส่วน นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ สก.เขตตลิ่งชัน อภิปรายว่า ประเด็นเอกสิทธิ์คุ้มครองของ สส. ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองต่อการกล่าวถึงบุคคลภายนอกผ่านการถ่ายทอดสด พร้อมมองว่าการถ่ายทอดสดจะทำให้ประชาชนได้เห็นศักยภาพ วิธีการทำงาน และการอภิปรายของสมาชิกแต่ละคน ขณะที่ นายวิรัช คงคาเขต สก.เขตบางกอกใหญ่ เสนอข้อสังเกตว่า บริบทการทำงานของ สก. แตกต่างจาก สส. เนื่องจาก สก. ต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมสภา และประชุมคณะกรรมการ โดยไม่มีผู้ช่วยหรือนักวิชาการสนับสนุน จึงอาจเกิดข้อวิจารณ์หากไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมบางครั้ง


นายอัครชัย กันธมาลา สก.เขตดุสิต เห็นว่าการถ่ายทอดสดจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ สก. มากขึ้น และสะท้อนการทำงานผ่านกลไกของสภา นอกเหนือจากภารกิจในพื้นที่ ต่อด้วยการอภิปรายของ ว่าที่ร้อยตรีไซราม ประกายกิจ สก.เขตสาทร ระบุว่า การถ่ายทอดสดจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศถึงบทบาท ภารกิจ และความรับผิดชอบของ สก.

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น นายฉัตรชัย ในฐานะผู้เสนอญัตติ ได้ขอถอนการพิจารณาร่างข้อบังคับแบบ 3 วาระรวด พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษารายละเอียดและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยขอให้ที่ประชุมรับหลักการของร่างข้อบังคับในวาระแรกก่อน ทั้งนี้ ที่ประชุมสภา กทม. มีมติ 37 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบรับหลักการของร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครในวาระแรก พร้อมตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ฉบับที่.. พ.ศ. .... จำนวน 12 คน กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 2 วัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน