“ภัทรพงษ์” ตำหนิ “นายกฯอนุทิน” ปล่อยโอกาสหลุดมือ ตั้งใจลืมคุยกับจีนเรื่องแม่น้ำพิษจากการทำเหมือง ยืนยันปลายทางแร่ส่วนใหญ่ส่งไปที่จีน


วันที่ 22 ก.ค. 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงประเด็นการพูดคุยปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน จากการไปเยือนจีนเมื่อวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ว่า ถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยปล่อยหลุดมือไป เพราะนายกฯ อนุทินตอบคำถามของสื่อ ที่ถามว่าได้มีการพูดคุยกับจีนเรื่องสารพิษในแม่น้ำกกหรือไม่ และได้คำตอบว่า “ไม่ได้พูดคุยกับจีน เพราะเป็นปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องพูดคุยกันเองให้เรียบร้อยก่อน” ซึ่งในฐานะที่ทำงานติดตามปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง เห็นว่า คำตอบของนายกฯ อนุทินเป็นคำตอบที่ตื้นเขินมาก เพราะแร่ส่วนใหญ่จากเหมืองเหล่านี้ มีปลายทางอยู่ที่ประเทศจีน


“ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายพร้อมข้อมูลอย่างละเอียด รวมถึงตัวเลขการนำเข้าแร่จากเมียนมาเข้าสู่ไทยก่อนส่งออกไปยังจีน หรือตัวเลขการครองตลาดแร่หายากของจีน ที่จีนนำเข้าโดยตรงจากเมียนมา ซึ่งเหมืองจำนวนมากอยู่ต้นน้ำของประเทศไทย ในการอภิปรายต่อรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ได้นำข้อมูลอย่างละเอียดยื่นต่อเอกอัครราชทูตจีนในประเทศไทยเช่นกัน ทางรัฐบาลจีนมีข้อมูลเหล่านั้นในมือพร้อมอยู่แล้ว แต่คุณอนุทินกลับยังมองปัญหานี้เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ทิ้งโอกาสในการคุยกับรัฐบาลจีนให้ร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นนี้ผ่านเวทีล้านช้าง-แม่โขง” นายภัทรพงษ์ กล่าวและว่า


หากนายกฯ ทำการบ้าน จะไม่ได้ทราบเพียงแค่ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างไทยกับเมียนมา แต่จะทราบด้วยว่าปัญหาการจัดการระหว่างสองประเทศไม่มีความคืบหน้าอะไรมา 1 ปีแล้ว แค่เฉพาะ TOR คณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา ก็ยังจัดการกันไม่เสร็จ ซึ่งไทยเองก็ไม่มีมาตรการอะไรภายในประเทศออกมา และยังปล่อยให้ประเทศเราเป็นทางผ่านของแร่พิษจากเมียนมาไปประเทศที่สามเหมือนเดิม


“น่าเสียดาย เพราะหากรัฐบาลไม่ได้ทำการบ้านด้วยตนเอง ก็สามารถลอกการบ้านพรรคประชาชน จากข้อมูลที่เรานำเสนอทั้งหมดก็ได้ แต่รัฐบาลกลับไม่ทำ และยังนิ่งเฉยโดยไม่สนผลกระทบกับประชาชน ถ้ารัฐบาลลงพื้นที่และฟังเสียงจากประชาชน จะรู้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่มันคือปัญหาที่ทำลายวิถีชีวิต การทำมาหากิน รวมถึงสุขภาพที่สารพิษจากเหมืองพวกนี้จะสะสมในร่างกายของประชาชนคนไทยโดยที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเหมืองเหล่านี้เลย”


นายภัทรพงษ์ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า “โอกาสมี อำนาจมี แต่ไม่ทำ แบบนี้คำถามต่อไปที่ต้องถามคือ คุณมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่ออะไร”