สภา กทม. ถกสวนสาธารณะและลานกีฬาทรุดโทรม สก. ร่วมกันสะท้อนปัญหา “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” พร้อมรับข้อเสนอไปปรับปรุง แจงทางเดินรอบบึงน้ำลาดพร้าว 71 ต้องใช้งบฯ 80 ล้าน ต้องหารือความเหมาะสม-คุ้มค่า
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง เข้าสู่ช่วงการพิจารณาญัตติของ น.ส.รัชญา เพ็งสุข สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตลาดพร้าว เรื่องขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาปรับปรุงสวนสาธารณะและซ่อมแซมสถานที่เล่นกีฬาภายในสวนสาธารณะ
น.ส.รัชญา กล่าวว่า เขตลาดพร้าวมีประชากรราว 100,000 คน แต่มีสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายเพียง 3 แห่ง จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้มีคุณภาพและพร้อมใช้งาน โดยระบุปัญหาของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ สวนอยู่เย็นเป็นสุข ที่มีสภาพรกร้าง ขาดการบำรุงรักษา สวนสาธารณะหมู่บ้านเสนานิเวศ โครงการ 1 และศูนย์กีฬา ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแต่ประชาชนยังไม่ทราบกำหนดแล้วเสร็จ และสวนบึงน้ำลาดพร้าว 71 ที่ยังใช้ศักยภาพได้ไม่เต็มที่ ทั้งเส้นทางเดิน-วิ่งที่ไม่เชื่อมต่อรอบสวน ที่จอดรถไม่เพียงพอ และพื้นหญ้าเทียมชำรุดหลายจุด
พร้อมเสนอให้ กทม. ดำเนินการ 4 เรื่อง ได้แก่ ซ่อมแซมสนามกีฬาและอุปกรณ์ที่ชำรุดทั้งหมด ขยายเส้นทางเดินและวิ่งให้สามารถวิ่งได้รอบสวน ปรับปรุงไฟส่องสว่าง ม้านั่ง ห้องน้ำ เครื่องออกกำลังกาย และภูมิทัศน์ รวมถึงวางแผนพัฒนาสวนบึงน้ำลาดพร้าว 71 ให้เป็นสวนสาธารณะหลักของคนลาดพร้าว รองรับทั้งการออกกำลังกาย กิจกรรมครอบครัว และกิจกรรมชุมชน โดยย้ำว่าการลงทุนในสวนสาธารณะคือการลงทุนด้านสุขภาพที่จะช่วยลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว
จากนั้น สก.จากหลายเขต ร่วมอภิปรายสะท้อนปัญหาในพื้นที่ของตน โดย นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ สก.เขตตลิ่งชัน เสนอโอนสิทธิ์การใช้ประโยชน์สวนน้ำตลิ่งชัน ให้สำนักงานเขตบริหารจัดการ พร้อมปรับปรุงพื้นวิ่ง ห้องน้ำ ไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ชุดปฐมพยาบาล และเครื่องกระตุกหัวใจ (AED) รวมถึงพัฒนาสวนมณฑลภิรมย์ให้รองรับทั้งการเล่นกีฬาและกิจกรรมของผู้สูงอายุ
ทางด้าน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ปัญหานี้ตนเคยเสนอไปแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฝ่ายบริหารรับปากว่าจะแก้ไขให้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นอย่างไรก็เหม็นอยู่เช่นนั้น จึงขอให้ฝ่ายบริหารเร่งแก้ไข ขณะที่ นายวิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก ระบุว่า ศูนย์นันทนาการบางรัก มีอุปกรณ์การออกกำลังกายบางส่วนไม่ได้รับงบประมาณตามมา ทำให้มีบางส่วนชำรุด รวมถึงอุปกรณ์ในสนามเด็กเล่นที่ชำรุด แต่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงอยากขอให้ฝ่ายบริหารลงมาดูแลทั้งด้านความสะอาดและการใช้งานจริง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง
จากนั้น นายอำนาจ ปานเผือก สก.เขตบางแค อภิปรายว่า ลู่วิ่งและลู่ปั่นจักรยานในสวนบางแคภิรมย์ ได้รับการซ่อมแซมแล้วแต่ไม่นานก็กลับมาชำรุดอีก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการที่ใช้น้ำรดต้นไม้ผ่านลู่วิ่งจนทำให้พื้นเสียหาย และเรียกร้องให้ตั้งงบประมาณเพื่อปรับปรุงสวนสาธารณะทั่วกรุงเทพฯ ต่อด้วย นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ สก.เขตหลักสี่ เสนอเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น ราวกันตกบริเวณสระน้ำ รั้วเปิด-ปิดเป็นเวลา การจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงปรับปรุงห้องน้ำและเพิ่มพื้นที่กีฬา ส่วน นายณัฐนนท์ นาคหล่อ สก.เขตทวีวัฒนา เสนอให้พัฒนาพื้นที่รกร้างเป็นพื้นที่สีเขียว และกำหนดมาตรการจูงใจเจ้าของที่ดินเอกชนให้นำพื้นที่มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ
ขณะที่ นายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ สก.เขตพญาไท กล่าวว่า สวนอินทมาระ ทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องออกกำลังกายและสนามเด็กเล่น มีเพียงต้นไม้และม้านั่งแค่ 2-3 ตัวเท่านั้น ส่วน นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ สก.เขตมีนบุรี ระบุว่า ที่ผ่านมาเราแทบไม่มีงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ลานกีฬาเลย อยากให้ฝ่ายบริหารนำข้อเสนอจากญัตติดังกล่าวไปพิจารณาและปรับปรุง ซึ่งอยากให้ดูภาพรวมทั้งลานกีฬา โรงเรียน ศูนย์เด็กเล่นที่มีอุปกรณ์กีฬาและสวนด้วย ไม่ใช่ดูแลเฉพาะสวนสาธารณะเท่านั้น
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุกขึ้นชี้แจงว่า สวนสาธารณะและลานกีฬาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมือง กรุงเทพมหานครตระหนักถึงปัญหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ชำรุด พร้อมรับข้อเสนอทั้งหมดของสมาชิกสภาฯ ไปดำเนินการปรับปรุง ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงความคืบหน้าการปรับปรุงศูนย์กีฬาและสวนสาธารณะหลายแห่ง ว่า สวนรถไฟได้รับการปรับปรุงแล้วในปีงบประมาณ 2568 ศูนย์กีฬาสวนเบญจกิตติ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน สวนกีฬาบึงหนองบอน ดำเนินการแล้วกว่า 68% ส่วนศูนย์กีฬาเสนานิเวศ ได้รับงบประมาณปี 2569 และอยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างครั้งที่ 3 เพื่อปรับปรุงสนามฟุตซอล สนามเทนนิส และรั้วรอบศูนย์กีฬา โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปีนี้
ทางด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า สำนักสิ่งแวดล้อมได้รับงบประมาณในปี 2568 และ 2569 เพื่อดำเนินการปรับปรุงสวนสาธารณะหลายแห่ง ทั้งการปรับปรุงองค์ประกอบภายในสวน เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ห้องน้ำ และการซ่อมบำรุงสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับงบประมาณปี 2570 กทม. มีแผนปรับปรุงสวนสาธารณะเพิ่มเติม 5 แห่ง ได้แก่ สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วงเงิน 16.4 ล้านบาท สวน 50 พรรษามหาจักรีสิรินธร วงเงิน 1.7 ล้านบาท สวนชุมชนซอยพหลโยธิน 24 วงเงิน 5.8 ล้านบาท สวนบางแคภิรมย์ วงเงิน 6.8 ล้านบาท และสวนพระนคร วงเงิน 3.3 ล้านบาท
นายพรพรหม กล่าวต่อไปว่า กรณีการนำรถบรรทุกน้ำเข้าไปรดต้นไม้จนส่งผลกระทบต่อลู่วิ่ง จะรับไปตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไข รวมทั้งจะดำเนินการปรับปรุงทางเท้า ปูหญ้าเทียมใหม่ และพัฒนาระบบไฟส่องสว่างให้ดีขึ้น ส่วนโครงการก่อสร้างลู่วิ่งรอบสวนที่มีการออกแบบไว้หลายปีนั้น แม้จะเสนอของบประมาณมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงยังไม่ได้รับการจัดสรรในงบประมาณปี 2570
ในเวลาต่อมา นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา เสนอให้ฝ่ายบริหารสำรวจและจัดทำบัญชีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพิ่มเติม โดยเฉพาะบริเวณบึงหนองบอน ซึ่งมีประชาชนใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายจำนวนมาก แต่ถนนภายในบางช่วงยังเป็นหลุมเป็นบ่อ จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งเข้าไปปรับปรุงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ส่วน นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ สก.เขตวังทองหลาง กล่าวว่า การสร้างศูนย์กีฬาบริเวณใต้ทางด่วน มีปัจจัยภายนอกที่มากระทบ มีการประกาศหาผู้รับจ้างแล้ว แต่ยังไม่มีผู้มาดำเนินการ ฝ่ายบริหารจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
นายวิรัช คงคาเขต สก.เขตบางกอกใหญ่ อภิปรายว่า เขตของตนได้รับโครงการก่อสร้างสนามกีฬาเอ็กซ์ตรีม แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้าง จึงขอฝากให้ฝ่ายบริหารช่วยติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย ในช่วงท้าย น.ส.รัชญา กล่าวฝากโครงการสวนบึงน้ำลาดพร้าว 71 ที่มีการออกแบบไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และสอบถามว่าจะมีการเสนอของบประมาณอีกในปีใด
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวชี้แจงอีกครั้งว่า เราจะพยายามเร่งทำ e-Bidding ให้ถูกต้องตามระเบียบ ขณะนี้ยังไม่มีผู้มาร้องเรียน ส่วนบึงน้ำลาดพร้าว 71 การทำทางเดินรอบบึงดังกล่าวต้องใช้งบประมาณประมาณ 80,000,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินค่อนข้างสูง จึงต้องหารือถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าอีกครั้ง.