รักษาราชการอธิบดี สถ. เดินหน้าฟื้นฟูภาพลักษณ์องค์กร ประกาศห้ามเรียกรับผลประโยชน์ทุกกรณี ขู่ฟันผู้สร้างความเสียหายให้หน่วยงาน
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและบุคลากร ในการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนองค์กรและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนโดยกล่าวว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำพาองค์กรก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก มิใช่เข้ามาสร้างความหวาดระแวงหรือเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล แต่ขอให้ข้าราชการทุกคนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อดึงความศรัทธากลับคืนมา
รักษาการอธิบดี สถ. ได้ประกาศนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง โดยกำชับอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่หรือชื่อผู้บริหารไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ทุกกรณี พร้อมเน้นย้ำถึง การสอบคัดเลือกสายบริหารในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ว่าต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้ ห้ามมีการซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น หรือการส่งรายชื่อแทรกแซงกระบวนการสอบโดยเด็ดขาด การกระทำที่ไม่ถูกต้องในปัจจุบันสามารถถูกตรวจสอบและเปิดเผยได้ทุกเวลา จึงต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบอย่างรัดกุม โดยประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด สำหรับแนวทางการบริหารงานภายใน ได้มอบหมายภารกิจสำคัญ ด้านงบประมาณกำชับให้เร่งรัดการเบิกจ่ายตามเป้าหมาย ส่วนงบประมาณเหลือจ่ายต้องจัดสรรตามหลักเกณฑ์และความจำเป็นของพื้นที่อย่างเป็นธรรม ไม่ใช้ดุลยพินิจจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
ด้านบริหารงานบุคคลให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยึดหลักกระบวนการยุติธรรมต่อผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ด่วนตัดสินล่วงหน้า และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีธรรมาภิบาล ด้านกฎหมายมอบหมายฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่แอบอ้างชื่อผู้บริหาร เรียกรับผลประโยชน์ หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหายต่อกรมฯ
“ความสำเร็จในการฟื้นฟูองค์กรจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรทุกคน ขอให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้ผู้ใดใช้กรมฯ เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือทุจริตจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้าง สถ. ให้เป็นองค์กรที่โปร่งใสและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง” นายนิรัตน์ กล่าวปิดท้าย