อธิบดี DSI แจงขออนุมัติหมายจับ “ภาวุธ” เป็นดุลยพินิจของศาล หลัง“ศิริกัญญา” อ้างสังคมตั้งคำถาม ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ 


วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ข้อซักถามต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดี Forex ที่มีการเปิดเผยชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และการยื่นขออนุมัติหมายจับล่วงหน้าว่า แม้ DSI จะทำงานได้ดีในหลายเรื่อง แต่กรณีนี้ทำให้สังคมเกิดข้อกังขา ทั้งเรื่องการเปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยก่อนตกเป็นผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ ขณะที่บุคคลมีชื่อเสียงอีก 2 รายที่มีความเกี่ยวข้องกลับไม่ถูกเอ่ยถึง นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวเรื่องการขอออกหมายจับ ซึ่งสุดท้ายศาลได้ยกคำร้องและให้ออกเป็นหมายเรียกแทน จึงขอตั้งคำถามถึงเกณฑ์การพิจารณาว่า การขอหมายจับบุคคลที่ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ชี้แจงตอบข้อซักถามว่า อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องปราบปรามต่อเนื่อง การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องปรามไม่ให้มีเหยื่อถูกหลอกลวงเพิ่ม อีกทั้งในวันดังกล่าวสื่อมวลชนได้มีการเปิดเผยชื่อนายภาวุธออกมาก่อนแล้ว พนักงานสอบสวนจึงจำเป็นต้องอธิบายระดับความเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าขณะนั้นยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหาและเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจงอย่างเต็มที่ แม้นายภาวุธจะเข้ามาชี้แจงแล้ว แต่เหตุผลยังไม่สามารถรับฟังได้ พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปขออนุมัติหมายจับตามพยานหลักฐาน

“เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่ามีการกระทำความผิดจริง พนักงานสอบสวนอาจเรียกตัวมาแจ้งข้อหา หรือร้องขอให้ศาลอนุมัติออกหมายจับได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะวิเคราะห์ถึงเหตุจำเป็นในการจับกุม หมายความว่าแม้พนักงานสอบสวนจะมีหลักฐาน แต่ศาลก็อาจจะไม่อนุมัติออกหมายจับก็ได้” พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าว