“สุชาติ” ลั่นจ่อรื้อสิ่งปลูกสร้างภูเก็ตรุกล้ำพื้นที่ป่าอีกหลายแปลง หลังคิกออฟหาดนุ้ยที่แรก โอ่ รัฐบาลโดนท้า เลยทำให้ดูว่าเอาจริง ไม่กลัวโดนฟ้อง-ขู่ ขอรับผิดชอบคนเดียว


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนำกำลังเจ้าหน้าที่เปิดยุทธการทวงคืนหาดนุ้ย ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนเดินหน้าตามนโยบายของนายกฯและรัฐบาลในเรื่องภูเก็ตโมเดล เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ถือเป็นคิกออฟแรกที่ลุล่วงไปด้วยดี มีการรื้อถอน 50 รายการ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองเพียงรายเดียว มีค่าความเสียหาย 18 กว่าไร่ หากมีการซื้อขายโฉนดที่ดินจะมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาทได้ การรื้อถอนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตนได้ลงพื้นที่ไปพร้อมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงฝ่ายปกครอง กอ.รมน. ทหาร และตำรวจ ร่วมกัน 

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า ยืนยันสิ่งที่ทำเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด ไม่ได้ไปทำสิ่งที่กระทบต่อการท่องเที่ยว และทำให้รู้สึกว่าเราไปรื้อถอนระบบการท่องเที่ยวภูเก็ต แต่ไปจัดระเบียบให้ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนผู้ประกอบการดังกล่าวได้มีตัวแทนทนายมาสอบถามว่า เหตุใดเขายื่นศาลปกครองให้คุ้มครองไปแล้ว แต่ทำไมเราไม่รอของการพิจารณาศาล ได้ชี้แจงว่า เป็นอำนาจที่สามารถจะรื้อถอนได้ตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่นี้โดนเพิกถอนโดยศาลฎีกาตั้งแต่ปี 57 แล้วว่า เป็นโฉนดมิชอบ ถือเป็นพื้นที่ป่าเรียบร้อยแล้ว


นายสุชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีบริเวณอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่มีโรงแรมแห่งหนึ่ง ขอไม่เอ่ยนาม มีที่ดิน 4-5 แปลง มีอยู่ 1 แปลง พื้นที่ 13 ไร่ กินพื้นที่อุทยานฯ โดยเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ได้มีการดำเนินการรื้อถอนแล้ว มีอธิบดีกรมป่าไม้บัญชาการเอง ซึ่งเจ้าของที่อาจจะไปซื้อมาโดยไม่รู้ หรือบางคนรู้แต่ยังซื้อมาครอบครอง อันนี้ไม่ได้ถือว่า เอาเปรียบสังคม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นนโยบายของนายกฯ ที่ต้องจัดระเบียบภูเก็ตใหม่ เราจะปล่อยไว้หรือเงยหน้าไป 45 องศาแล้วมีแต่บุกรุกป่าภูเขากันหมด ตนได้นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจดู พบว่า ยังมีอีก 8-9 จุด ได้บอกกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตว่า ให้ตรวจสอบให้หมด ถ้ามีการอ้างว่า มีเอกสารสิทธิ์ ให้เอาเอกสารสิทธิ์มา แล้วเราจะนำมาเทียบกับพื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่อุทยาน


“มีบางแปลงอีกหลายโรงแรมอยู่ในพื้นที่อุทยาน กำลังจะทยอยเข้าไปรื้อถอนให้หมด พื้นที่ป่าไม้ก็อีกหลายแปลง เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ตรงหาดนุ้ย เราทวงคืนมาได้ 18 ไร่ แต่รอบข้างเรากันไว้อีก รวมแล้วประมาณ 300-400 ไร่ เราจะทำเป็นป่านันทนาการให้กับพี่น้องประชาชน” นายสุชาติ ระบุ


นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีคำถามว่า การที่ตนปฏิบัติการแบบนี้คงมีผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์ ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการกระทำที่ถูกกฎหมาย เรามีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แต่อีกส่วนหนึ่งเขาก็ต่อสู้ตามกฎหมายไป เขาถามว่า ถ้าเรารื้อแล้วศาลคุ้มครองขึ้นมาจะทำอย่างไร ก็ฟ้องมา ตนก็ยอมรับ เพราะตนเป็นคนบัญชาการและไปด้วยตัวเอง ถ้าไม่ไปด้วยตัวเอง ข้าราชการเขามีลูกมีครอบครัว เราไปเพื่อให้รู้ว่า ถ้าเกิดอะไรตนรับผิดชอบคนเดียวทั้งสิ้น ถ้ามีการฟ้อง มีการข่มขู่ ให้มาขู่ตน ไม่เคยกลัวคนเหล่านี้


ผู้สื่อข่าวถามว่า สัปดาห์ก่อนประกาศหา จิ๊กโก๋ปลายซอย ที่เป็นผู้มีอิทธิพลครอบครองพื้นที่ตัวจริง ตอนนี้แสดงตัวออกมาหรือยัง นายสุชาติ กล่าวว่า สุดท้ายจิ๊กโก๋ปลายซอยก็ไม่กล้าออกหน้าเอง จิ๊กโก๋กลางซอยออกหน้ามาก็ต้องหลีกไป เพราะตนเอาจริง หาดนุ้ยถือเป็นมหากาพย์มาก ตอนลงพื้นที่กับนายกฯที่หาดฟรีด้อมเมื่อเดือนก่อน มีกำนันคนหนึ่งในตำบลนี้ได้ท้านายกฯกับตนว่า แน่จริงให้ไปหาดนุ้ย นี่จึงเป็นที่มาที่ไปที่ทำหาดนุ้ยให้ดูก่อนว่า อย่าท้ากัน อย่าท้ารัฐบาล ถ้าอะไรที่ผิดกฎหมายก็ต้องรื้อและต้องรับผิด กำนันก็เป็นคนในพื้นที่ที่อาจจะมีปัญหากระทบกระทั่งกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ตอนที่ตนกำลังกลับ แม้เขาจะป่วยก็แต่งเครื่องแบบมากอดตน ตนทำให้เขาแล้ว ยืนยันรัฐบาลไม่ได้พูดเล่น เอาจริง


นายสุชาติ เปิดเผยด้วยว่า เรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน ตนก็ไม่ได้ละเลย รีสอร์ทบางแห่งเริ่มมีการรื้อถอนเอง เพราะถ้าตนไปรื้อจะมีค่าใช้จ่าย ทั้งทางแพ่ง ค่าเสียเวลา ค่าเจ้าหน้าที่ และสุดท้ายถ้ามีการต่อสู้กันทางกฎหมาย เราจะสู้ให้ถึงการยึดทรัพย์เลย เพราะประกอบกิจการโดยได้ที่ดินผิดกฎหมาย