“เอกนิติ” แจงคัดกรองบัตรคนจนย้ำเป้าช่วยคนจนจริง ดึงผู้ตกสำรวจเข้าใหม่ 2.3 ล้านคน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนเกณฑ์ เผยเจอสวมสิทธิใช้ชื่อชาวบ้านจดทะเบียนบริษัท-ถือหุ้น สั่งเดินหน้าเอาผิด


เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่าย พร้อมย้ำว่า จุดประสงค์ของการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เพราะต้องการช่วยคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ โดยตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปิดรับคนเข้าระบบใหม่ ทำให้ครั้งนี้รัฐบาลนำผู้มีรายได้น้อยที่ตกสำรวจและไม่ได้อยู่ในระบบเดิมเข้ามาแล้วจำนวน 2.3 ล้านคน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน

นายเอกนิติ กล่าวว่า อีกหัวใจสำคัญคือการช่วยเหลือคนจนที่แท้จริง หลังจากที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามี “คนจนปลอม” มาอ้างสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงได้กำหนดเกณฑ์คัดกรองต่างๆ เพื่อแยกแยะผู้ที่ไม่มีสิทธิออกจากระบบ ซึ่งขณะนี้สามารถคัดกรองคนจนปลอมออกได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีประชาชนบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและอาจหลุดออกจากระบบไปด้วย ซึ่งรัฐบาลรับฟังและเห็นใจผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยได้ประสานกระทรวงมหาดไทยให้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อช่วยทบทวนสิทธิให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจริง

นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการดำเนินการครั้งนี้ยังพบว่าประเทศไทยยังไม่มีระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย จึงเตรียมทบทวนเกณฑ์ต่างๆ ตามข้อเรียกร้องของประชาชน เช่น กรณีรถยนต์เก่า ซึ่งได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว และจะนำเรื่องดังกล่าวมาทบทวนเกณฑ์ใหม่

...

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาที่มีผู้นำข้อมูลของชาวบ้านไปใช้โดยมิชอบ ทั้งการจดทะเบียนบริษัท การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง เพื่อนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ปรากฏชัดจากการตรวจสอบครั้งนี้ จึงได้มอบนโยบายว่า เมื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริงแล้ว จะต้องดำเนินการกับผู้ที่หลอกลวงชาวบ้านและทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนต่อไป

นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือรัฐบาลเห็นใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง และจะเปิดขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เพื่อให้มีการทบทวนสิทธิเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชน เพราะรัฐบาลยังมีสวัสดิการอีกหลายรูปแบบรองรับผู้เดือดร้อน โดยเป้าหมายของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือช่วยผู้ที่ไม่มีใครดูแลและเดือดร้อนที่สุด ซึ่งการคัดกรองครั้งนี้สามารถนำผู้ตกสำรวจเข้าสู่ระบบได้แล้ว 2.3 ล้านคน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ผู้ที่ยังมีสิทธิในสวัสดิการอื่นจะยังคงได้รับสิทธิตามเดิม ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ สิทธิคนพิการ หรือสิทธิเรียนฟรี โดยปัจจุบันมีสวัสดิการของรัฐรวม 72 รายการ ซึ่งประชาชนยังได้รับสิทธิตามคุณสมบัติของแต่ละโครงการ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดในสังคม พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจะนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์และขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ต่อไป