ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติวเข้มผวจ. 32 จังหวัดชายแดน ขับเคลื่อนศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคามแนวชายแดนทุกมิติ


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.ค.2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.มท.) โดยมี พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด 32 จังหวัดชายแดน นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธนวัฒน์ พัศดารักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายกู้เกียรติ นิ่มเนียม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการ ศบค.ชด.มท ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Grand Hall 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ


นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 212/2569 จัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 โดยแต่งตั้งให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการ และต่อมากระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้มีศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.มท.) เพื่อทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงแนวชายแดน รวมทั้งประสานการปฏิบัติงานกับศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านระดับจังหวัด และบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคงร่วมกับเหล่าทัพ เพื่อให้การปฏิบัติงานระหว่างจังหวัดในฐานะหน่วยดำเนินการในพื้นที่ และหน่วยงานความมั่นคง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อเป็นการลดภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 

...

จึงขอให้จังหวัดชายแดนใช้กลไกของศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านระดับจังหวัด ในการขับเคลื่อนงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันพบปัญหาภัยคุกคามด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดตามพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. 2524 ตลอดจนประกาศและคำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสินค้าตามชายแดนอย่างเคร่งครัด


“ปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญระดับชาติที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยาเสพติดส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ พื้นที่จังหวัดชายแดนจึงเปรียบเสมือนด่านหน้าที่มีความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะนายอำเภอในพื้นที่ติดชายแดนจะต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และผู้นำท้องถิ่น ในการสกัดกั้นและเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งผลักดันโครงการ "ตำบลปลอดยาเสพติด" เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในลักษณะ Domino Effect ขยายผลความสำเร็จจากระดับตำบล สู่ระดับอำเภอและระดับจังหวัด โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการเป็นจังหวัดที่ไร้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยาเสพติด ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว


สำหรับการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในมิติอื่น ๆ เรื่องการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนในช่วงหน้าแล้ง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านในการเจรจาแก้ไขปัญหา พร้อมรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับทราบอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีทิศทางดีขึ้นจนสามารถปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้นั้น ยังคงต้องเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบอย่างใกล้ชิด หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ดึงผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมสื่อสารกับมวลชน โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” รวมทั้งคัดเลือกบุคลากรที่มีความเข้มแข็งเข้าประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที


นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในด้านการบริหารจัดการปัญหาการค้าชายแดน ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน สามารถสั่งการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเด็ดขาด หากเกิดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและหน่วยงานหลักไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งการให้นายอำเภอตั้งด่านตรวจค้นของฝ่ายปกครองซ้อนหน้าด่านศุลกากรได้ทันที นอกจากนี้ ขอให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงชายแดน ประจำปี 2566-2570 ให้ชัดเจน ส่วนพื้นที่ที่มีศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาถูกตัดลดงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ขอให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างประสานงานกับภาคเอกชน เพื่อพิจารณานำกลุ่มผู้หนีภัยที่มีศักยภาพและทักษะทางภาษาเข้าสู่ระบบแรงงานให้เกิดประโยชน์ต่อไป


“ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านที่ให้ความสำคัญและเดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.มท.) ถือเป็นวาระสำคัญที่นายกรัฐมนตรีมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้าย