คมนาคม ขอโทษ ปชช.ปมเกณฑ์บัตรคนจน “สิริพงศ์” เผยทำหนังสือถึง ก.คลัง ปรับเกณฑ์ใหม่ รถยนต์เกิน 20 ปี- จยย.เกิน 15 ปี-จยย.ไม่เกิน 300 ซีซี 2 คันแต่ผ่อนอยู่-โอนลอย ให้ได้สิทธิ
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมแถลงข่าวการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย
โดยนายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมต้องกราบขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์ระเบียบต่างๆ นั้นออกมาเพื่อต้องการจะคัดกรองให้ผู้ที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือไปถึงบุคคลเหล่านั้นให้มากที่สุด แต่เมื่อพบปัญหาว่า มีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวก กระทรวงคมนาคม โดยกรมขนส่งทางบกมีความพยายามเต็มที่ โดยได้เปิดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในประเด็นที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ ทั้งนี้ ในเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีเกณฑ์อยู่ 1 ข้อที่ระบุว่า ผู้รับสิทธิต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อนี้ ดังนี้
1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี
2.รถสามล้อ
3.มีรถยนต์ 4 ล้อเหล็กรับจ้าง
4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร มีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน
โดยเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มีรถยนต์ลักษณะนี้ ทั้งที่เป็นรถเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว มีรถที่สูญหาย มีรถสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตีทะเบียนออกจากระบบ ขายไปแล้วมีการโอนลอยแต่ยังไม่มีการจดโอนกรรมสิทธิ์ และมีการนำชื่อไปสวมสิทธิในการซื้อรถของคนอื่น
...
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวนแล้ว ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยมีการขอปรับเกณฑ์ในการพิจารณารถเก่า ดังนี้
1.รถยนต์ต้องมีอายุใช้งานเกิน 20 ปี
2.รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี
3.การถือครองรถจักรยานยนต์ จะเพิ่มเกณฑ์ว่า หากประชาชนมีรถจักรยานยนต์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน มีภาระในการผ่อนอยู่ จะถือว่า ไม่ตกเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ส่วนข้อท้วงติงว่า อายุของรถอาจจะไม่ถึง 15 ปี แต่สิ้นสภาพไปแล้ว ขนส่งทั่วประเทศจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบให้กับประชาชน โดยสามารถแจ้งไปที่ขนส่งได้ว่า มีรถที่อายุอาจจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่สิ้นสภาพไปแล้ว รถเก่ามาก สามารถแจ้งที่ขนส่งจังหวัดให้ทำบันทึกรถได้ หรือรถบางคันจอดเอาไว้ ไม่ได้ใช้ ไม่ได้มีการต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งให้ทำบันทึกให้ได้ โดยขนส่งจะส่งข้อมูลเหล่านี้มาช่วยประชาชนในเรื่องของการอุทธรณ์ด้วย หรือรถที่มีการจำหน่ายไปแล้วแต่มีการโอนลอย ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ประชาชนสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งได้ ถ้ามีหลักฐานการขายด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่ถ้าไม่มีสามารถใช้การบันทึกถ้อยคำได้
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า และ 4.กรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ เรื่องนี้สามารถนำเรื่องไปอุทธรณ์กับทางขนส่งได้เช่นเดียวกัน ขนส่งจะทำการบันทึกให้ แต่อย่างไรก็ดี ในการเดินทางไปขนส่งอาจจะไม่สะดวกกับประชาชนทั้งหมด ดังนั้น ขนส่งจึงได้ทำแบบฟอร์มขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้นำแบบฟอร์มนี้ไปอำนวยความสะดวกกับประชาชนในเขตพื้นที่ และส่งกลับมาเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกทำการตรวจสอบข้อมูล ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า ทางกระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิ ท่านต้องได้รับสิทธิจริงๆ
แจง นศ.นอกระบบไม่ต้องลาออก
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนกรณีเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้เป็นนักศึกษาที่ถือว่า เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิตในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วน สกร. อาชีวศึกษานอกระบบ หรือนักเรียนนักศึกษาลักษณะอื่นที่มีความยากจนและเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิด้วยเกณฑ์ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย ขอให้สบายใจได้ ซึ่งบางคนบอกว่า ติดตรงที่เป็นนักเรียนนักศึกษาจะลาออกจากระบบ ขอชี้แจงว่า ไม่มีความจำเป็นต้องลาออก เพราะสุดท้ายแล้ว กระทรวงการคลังจะพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ด้วยเพิ่มเติม