“สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-จีน สู่ความร่วมมือรอบด้าน พร้อมเดินหน้าดึงการลงทุนคุณภาพ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล หวัง ปธน.สี จิ้นผิง เยือนไทยปีหน้า
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยคณะได้หารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีนในฐานะ “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุด ครอบคลุมทั้งความร่วมมือทวิภาคี ความมั่นคงในภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบอาเซียน พร้อมทั้งหารือการเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2570 โดยฝ่ายไทยหวังว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ด้านเศรษฐกิจ ไทยย้ำจุดยืนในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับผลสำเร็จสำคัญของการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อรองรับการลงทุนจากจีนตะวันตก และการจัดสัมมนาธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ที่มีผู้บริหารภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน เข้าร่วมพบปะและจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
...
นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งแสดงความพร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของไทย โดยเสนอให้ประเทศไทยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้าน AI เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในด้านความมั่นคง ไทยและจีนเห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือ “2+2” ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ โดยจีนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งแรก เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ ไทยได้ย้ำให้ความสำคัญสูงสุดกับการร่วมมือปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และขบวนการสแกมเมอร์ โดยจะบูรณาการความร่วมมือทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ และการต่อต้านการฟอกเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม