“สีหศักดิ์” ระบุเจรจาไทย-กัมพูชา “ปิดประตู” หลังกัมพูชาเลือกนำข้อพิพาทเข้าสู่กลไก UNCLOS ส่งผลการพูดคุยเรื่องเขตแดนทางบกเดินหน้าต่อไม่ได้ พร้อมขอจีนคำนึงถึงผลกระทบจากการส่งอาวุธให้กัมพูชา
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ว่า ไทยได้หารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงหลายประเทศและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา กัมพูชา และจีน เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ไทยยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาควรเริ่มต้นจากการเจรจาแบบทวิภาคี เพราะเป็นกลไกที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การพูดคุยยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาเลือกนำประเด็นข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทนการเจรจาโดยตรง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวทำให้โอกาสในการพูดคุยลดลงใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า “ขณะนี้ก็ปิดประตูนะครับ ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะคุยกันเกี่ยวกับเขตแดนทางบก มันก็คงลำบากเหมือนกัน”
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยยังได้แจ้งข้อกังวลต่อรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังให้กัมพูชา โดยระบุว่า ในช่วงที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีความละเอียดอ่อนและเปราะบาง การส่งมอบยุทโธปกรณ์อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของการลดความตึงเครียด พร้อมขอให้จีนคำนึงถึงผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความรู้สึกของทุกฝ่าย
...
ส่วนสถานการณ์ในเมียนมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยและจีนมีจุดยืนร่วมกันในการสนับสนุนให้เมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างสันติภาพและตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมโลก
นอกจากนี้ ไทยยังได้หยิบยกปัญหามลพิษในแม่น้ำกกขึ้นหารือกับฝ่ายจีน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประชาชนไทยให้ความห่วงใย พร้อมขอให้จีนสนับสนุนด้านเทคนิคแก่เมียนมา เพื่อเร่งจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ไทยยังได้สะท้อนความกังวลต่อปัญหา “ทุนจีนสีเทา” โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยเปิดรับเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย แม้กลุ่มทุนสีเทาจะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับนักลงทุนจีนส่วนใหญ่ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความรู้สึกของประชาชนไทย จึงขอให้ทางการจีนร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อรักษาบรรยากาศการลงทุนและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีน