“อ.เชน” ลุยยโสธรคิกออฟแก้จนเบ็ดเสร็จ ดันแพลตฟอร์ม AI ชู 4 โมเดลนวัตกรรม จ่อขยายผลทั่วประเทศ


วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดยโสธรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในอำเภอกุดชุม เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนฐานราก โดยภารกิจเริ่มต้นที่ ต.หนองแหน อ.กุดชุม โดยคณะได้ทำการส่งมอบ “บ้านพอเพียง” ให้แก่ นางบัวผัน อุปพันธ์ วัย 72 ปี ซึ่งเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม ทั้งนี้ โครงการบ้านพอเพียงในจังหวัดยโสธร (ปี 2560 - 2569) ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 1,261 ครัวเรือน ครอบคลุม 54 ตำบล ด้วยงบประมาณสะสมกว่า 27.36 ล้านบาท โดยในปี 2569 นี้ จังหวัดยังได้รับงบอัดฉีดเพิ่มเติมอีก 4.38 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเพิ่มอีก 127 ครัวเรือน

ต่อมา รองนายกฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งขับเคลื่อนโดยวิทยาลัยชุมชนยโสธร โครงการนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR) ผสานระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (PPPConnext) และเทคโนโลยี AI ในการปูพรมค้นหาคนจนที่ตกหล่น ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 สามารถนำพาผู้ยากไร้เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้กว่า 7,663 คน และสร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท

สำหร้บไฮไลต์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ การเยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน ณ วัดป่าพุทธิคุณ โดยได้นำเสนอ “4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่” ได้แก่ พลังวัดโมเดล ดึงพลังศรัทธาคณะสงฆ์สร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม ห่วงโซ่พืช-ผักอินทรีย์ ยกระดับเกษตรกรรายย่อยสู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้กว่า 5.8 แสนบาท เศรษฐกิจชุมชนรับมือภัยพิบัติ ใช้เทคโนโลยีแปรรูปอาหารสร้างรายได้เสริมช่วงน้ำท่วมและภัยแล้ง และกลุ่มกล้าไม้ ต.สร้างมิ่ง สร้างอาชีพเพาะกล้ายูคาลิปตัสให้กลุ่มเปราะบาง สร้างรายได้ 4,000-5,000 บาท/เดือน ด้วยหลัก “มือหนึ่งรับ มือหนึ่งให้”

...

นายยศชนันยังเปิดเผยถึงทิศทางนโยบายว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือ การลงมือทำและบูรณาการ โดยเชื่อมโยงกลุ่มเปราะบางเข้ากับกลไกของ พม., ศธ., รง. และ กษ. เพื่อแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านแพลตฟอร์ม PPAP เมื่อพบผู้ตกหล่นจะเร่งส่งเสริมอาชีพและนำเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐทันที เราวิเคราะห์ความยากจนผ่านทุน 5 ด้าน โดยเฉพาะ “ทุนมนุษย์” ที่พบว่าผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพ จึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเข้ามาช่วย “อัปสกิล” ให้ตรงจุด เพื่อให้ชาวบ้านเหนื่อยน้อยลง แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือมากขึ้น ส่วนปัญหาขาดที่ดินทำกิน การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) ในชุมชนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แก้ปัญหาได้จริง" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในวันนี้ต้องให้เครดิตคนทำงานทุกภาคส่วน โดยโมเดลแก้จนจาก 20 จังหวัดนำร่องจะถูกถอดบทเรียนเพื่อนำไปขยายผลใช้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศให้เห็นผลภายใน 1 ปี และหากพื้นที่ใดเข้มแข็งแล้ว จะส่งมอบต่อให้กระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบต่อไป