รองโฆษกรัฐบาล เผย สื่อมณฑลเสฉวน พาดหัวข่าว “นายกฯ อนุทิน” ใช้คำภาษาจีน “เจียโหยว 4 ประโยค” “เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าเสฉวน เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้าเพื่อนที่ดี” สะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน


วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าจากการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่านอกจากการรายงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนแล้ว สื่อท้องถิ่นของจีนยังให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้ภาษาจีนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนความเป็นมิตรและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Sichuan Online (四川在线) สื่อหลักในเครือเสฉวนเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อสำคัญของมณฑลเสฉวน ได้รายงานภารกิจของนายกรัฐมนตรีในเวทีการลงทุนและเศรษฐกิจจีน (เสฉวน)–ไทย ประจำปี 2569 โดยเลือกนำประโยคภาษาจีนของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นพาดหัวข่าวว่า “นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวคำว่า '加油' (เจียโหยว) ติดต่อกัน 4 ครั้ง” แทนการเน้นประเด็นเศรษฐกิจหรือการลงทุน


รายงานระบุว่า ในช่วงท้ายของปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำว่า "加油" (เจียโหยว) ซึ่งเป็นคำให้กำลังใจที่ชาวจีนนิยมใช้ในความหมายว่า “สู้ต่อไป” หรือ “เดินหน้าไปด้วยกัน” รวม 4 ประโยค ได้แก่ “加油泰国、加油四川、加油中国、加油好好朋友” หรือ “เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าเสฉวน เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้าเพื่อนที่ดี” โดยสื่อเสฉวนระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน และได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

...


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่สื่อท้องถิ่นของจีนเลือกหยิบถ้อยคำภาษาจีนสั้น ๆ ของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นพาดหัวข่าว ทั้งที่ภายในงานมีประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าสื่อจีนให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนและการสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชน (People-to-People Connectivity) ควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับรัฐบาลและภาคธุรกิจ


“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศคู่ค้าในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การที่สื่อจีนเลือกนำเสนอถ้อยคำที่สะท้อนมิตรภาพและความจริงใจของนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย–จีนไม่ได้เติบโตเฉพาะในระดับนโยบาย แต่ยังได้รับการรับรู้และตอบรับจากประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว