“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ นายกฯ สางคดีลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” ในฐานะคุมตำรวจ-มหาดไทย ชี้กระทบความเชื่อมั่นดับไฟใต้ เชื่อคน 3 จังหวัดชายแดนใต้พร้อมดึงวัฒนธรรมทำให้เศรษฐกิจคึกคัก 


วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการมาเยี่ยมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ที่บ้านเพื่อติดตามคดีและให้กำลังใจครั้งนี้ ว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนและความมั่นคง เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ได้เลยถ้าหากเราไม่มีความเชื่อมั่นเชื่อใจของประชาชน ในส่วนของคดีนายกมลศักดิ์ สังคมได้รับรู้แล้วถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการลอบสังหารทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อาวุธและใช้รถของรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็ยังขาดความชัดเจน ว่าใครเป็นผู้สั่งการและมีแรงจูงใจอย่างไร

คนที่เป็นผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ยังโดนขนาดนี้รัฐเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้แล้วประชาชนในพื้นที่ จะให้ความเชื่อมั่นความเชื่อใจต่อกระบวนการของรัฐได้อย่างไร อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คือสงครามในการแย่งชิงมวลชนและเชื่อว่าคดีของนายกมลศักดิ์ยังไม่สามารถให้ความโปร่งใสกับสังคมได้ ตนมองไม่เห็นทางว่าจะทำอย่างไรให้มวลชนอยู่ข้างเรา ดังนั้นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีหลายอย่างพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจที่ทำสำนวนคดีอ่อน ซึ่งผู้ที่กำกับสำนักงานตำรวจก็คือนายกรัฐมนตรี รวมถึงประเด็นรถก่อเหตุที่อาจจะเกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายกรัฐมนตรีเองก็คุมกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นคนที่จะออกมาให้ความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ ก็หนีไม่พ้นคนที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นี่คือจุดเริ่มต้นส่วนเรื่องอื่น ๆ กระบวนการค่อย ๆ คลี่คลายมาได้ 

...

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า จากที่ได้ลงพื้นที่ครั้งนี้ คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมที่จะออกมาสร้างสรรค์ดึงวัฒนธรรมต้นทุนในพื้นที่ที่มีอยู่มาทำให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักและเติบโต ปัตตานีและพื้นที่ภาคใต้จะไม่เติบโตไปมากกว่านี้ถ้าเราไม่เริ่มต้นแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ตรงจุด รวมถึงการสนับสนุนหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้แก้ปัญหาความสงบในพื้นที่ได้ในระยะสั้น ฝ่ายค้านที่อยู่ตรงนี้พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ แต่ก็อย่าลืมอีกด้านคือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ประชาชนเชื่อมั่นและเชื่อใจ นักลงทุนก็ต้องเห็นอนาคตในการลงทุนด้วย