“สุรศักดิ์” ถกผู้ประกอบการพัทยา-ชลบุรี ดันโปรเจกต์ “ไทยช่วยไทยพลัส” หนุนอู่ตะเภา-ตั๋วบิน เล็งปั้น Tomorrowland กระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จังหวัดชลบุรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ปลัดเมืองพัทยา การท่าสนามบินอู่ตะเภา และตัวแทนจาก 8 องค์กรภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เพื่อเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาและผลักดันชลบุรี-พัทยา สู่เป้าหมายศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาค
บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญ ทั้งอัตราการเข้าพักที่ลดลง วิกฤตสงครามที่กระทบยอดนักท่องเที่ยว การถูกเบียดบังพื้นที่สาธารณะจากกลุ่มทัวร์เถื่อน-รถเช่า และข้อจำกัดด้านงบประมาณการพัฒนาจังหวัด
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้ขานรับข้อเสนอและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์เชิงรุกทันที ประกอบด้วย
1. อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Co-Payment) & ดึงเม็ดเงินจาก Mega Event
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”: เตรียมผุดโครงการ Co-Payment จำนวน 500,000 สิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร สปา และรถเช่า ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดราคา โดยหากได้รับการอนุมัติงบประมาณ จะสามารถคิกออฟได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ หรือต้นปี 2570 พร้อมเตรียมดึง AirAsia และ Vietjet เข้ามาร่วมขยายเส้นทาง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินอย่างเต็มที่
...
จ่อปั้น Tomorrowland
นอกจากนี้จะเตรียมบินหารือที่เบลเยียม เพื่อผลักดัน Mega Event ระดับโลกอย่าง Tomorrowland มาจัดในไทย ซึ่งจะมีการลงพื้นที่สำรวจความพร้อมที่จังหวัดชลบุรีอีกครั้งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมหาศาล พร้อมมอบหมายให้ ททท. เป็นเจ้าภาพจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมการจัดงานแต่งงาน (Destination Wedding) และสัมมนา เพื่อดึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงจากอินเดียและหน่วยงานภาครัฐในประเทศเข้ามายังพัทยา
2. ยกเครื่องความปลอดภัย-กวาดล้างนอมินี-สแกนพาสปอร์ตอัตโนมัติ
ได้สั่งการให้กรมการท่องเที่ยวและตำรวจท่องเที่ยว กวาดล้างกลุ่มขายทัวร์เถื่อนอย่างเด็ดขาด ล่าสุดพาณิชย์จังหวัดได้ตรวจสอบและจัดการกลุ่มนอมินีไปแล้วกว่า 70 ราย
ตำรวจท่องเที่ยวได้สนับสนุน “รถโมบายอัจฉริยะ” 1 คัน พร้อมระบบกล้อง AI ตรวจจับใบหน้าและเชื่อมโยงฐานข้อมูลอาชญากร-Overstay ให้กับเมืองพัทยา เพื่อคัดกรองบุคคลต้องสงสัยและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว
ตม. อัตโนมัติ (Auto Gate): เดินหน้าติดตั้งเครื่อง Auto Gate สำหรับตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า เพื่อลดความแออัดหน้าด่าน ปัจจุบันเปิดให้สิงคโปร์และฮ่องกงใช้งานแล้ว และเตรียมขยายสิทธิ์ไปยังประเทศอื่นๆ
3. จัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” & ยกระดับสู่ “Wellness-Workation”
กองทุนดูแลนักท่องเที่ยว: ตอบรับปัญหาภาระค่ารักษาพยาบาลให้กับนักท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ที่ใช้งบกว่า 30 ล้านบาท/ปี โดยกระทรวงฯ มีแนวคิดใช้ "กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย" เข้ามาดูแลเรื่องประกันครอบคลุมอุบัติเหตุให้นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด
หนุนเทคโนโลยี AI สู่การท่องเที่ยวสีชัง: ตอบรับข้อเสนอของสมาคมท่องเที่ยวศรีราชาและเกาะสีชัง ในการนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ 1 Day Trip ดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad เพื่อยกระดับสู่ Workation-Wellness Destination
4.ในด้านการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังผลักดันให้เมืองพัทยาเข้าสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ในสาขา City of Film ภายในปี 2570 เพื่อยกระดับศักยภาพเมืองสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของภูมิภาค
“ชลบุรีและพัทยาคือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก การประชุมในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อรัฐและเอกชนหันหน้าเข้าหากันและมองเป้าหมายเดียวกัน ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมเป็นแกนกลางในการทลายข้อจำกัด ประสานงานกับทุกกระทรวง และดึงเม็ดเงินใหม่ๆ เข้ามา เพื่อทำให้ชลบุรีเติบโตอย่างยั่งยืนครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย