“ภคมน” ประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง เผยยื่นเอกสารหลักฐาน “นพ.สรณ” เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ต่อกรรมการสรรหา กสทช. จนนาทีสุดท้าย เรียกร้องนายกฯ อนุทิน ยื่นทูลเกล้าฯ ถอดถอนโดยเร็ว 

         

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ พิจารณาคุณสมบัติประธาน กสทช.ตั้งวาระการประชุม 4 ครั้ง ประชุมจริงได้ 3 ครั้ง และได้รวบรวมเอกสารและความเห็นเพื่อยื่นต่อกรรมการสรรหาจนนาทีสุดท้าย เมื่อเช้านี้ นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรีพรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ. และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกมธ.ได้ยื่นเอกสารสำคัญเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการสรรหา กรรมการ กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณา ประกอบด้วยเอกสารสำคัญ 2 ชุด ได้แก่ 1.เอกสารชุดแรก เป็นหนังสือที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ส่งมอบให้คณะกมธ. ซึ่งแนบสำเนาเอกสารที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ลงนามเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 เพื่อรับรองต่อคณะกรรมการสรรหาว่า ได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพที่กฎหมายกำหนดแล้ว และมีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. 2.เป็นหนังสือจากกระทรวง อว. พร้อมหนังสือยืนยันจากมหาวิทยาลัยมหิดล ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ซึ่งระบุข้อเท็จจริงว่า ในช่วงระหว่าง 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565 นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติงานเป็น แพทย์ค่าตอบแทน (รายชั่วโมง) ของมหาวิทยาลัยมหิดล

...


น.ส.ภคมน กล่าวว่า สาระสำคัญของเอกสารดังกล่าว คือหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยมหิดลยืนยัน ก็อาจสะท้อนว่าในช่วงเวลาที่เข้ารับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช. นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงานในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะกมธ.เห็นว่าควรให้คณะกรรมการสรรหา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่า เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ หรือไม่

เรียกร้องนายกฯ ทูลเกล้าฯ ถอดถอนโดยเร็ว 

 น.ส.ภคมน โพสต์อีกว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ดิฉันในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมืองฯ เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้นำเรื่องนี้ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกสทช. ตาม พ.ร.บ.กสทช. มาตรา 20 สุดท้ายนี้ดิฉันไม่เชื่อข้อกล่าวหาที่ว่า นายกฯ ช่วยเหลือนายแพทย์สรณมาโดยตลอด ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าทำงานสนองงานอย่างตรงไปตรงมาไม่เอียงเข้าข้างใครหน้าไหน หวังว่านายกฯ จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาด้วยการเร่งทูลเกล้าฯ โดยเร็ว