“เลขาธิการสภาฯ” ชี้แจงปมเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาฯ ย้ำ “โสภณ” ขอใช้รถส่วนตัว ด้าน “ที่ปรึกษาปธ.สภาฯ” สวน คิดก่อนพูด อย่าสิ้นคิด



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมแถลงชี้แจงกรณีคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2570 ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งของประธานสภาฯ หลังนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคำของบประมาณในส่วนของค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงความเหมาะสมในการเช่ารถในปีละ 1 ล้านบาท โดยนายศิโรจน์ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณดังกล่าว จำเป็นต้องชี้แจงสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องถึงที่มาของการตั้งงบประมาณเพราะรถประจำตำแหน่งของประธานสภาฯ คันปัจจุบัน ทางสำนักงานฯ ได้จัดซื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2564 ส่วนรถประจำตำแหน่งของรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน และของผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ คันปัจจุบัน ได้ทำการจัดซื้อตั้งแต่ 16 เม.ย. 2564 ซึ่งรถทั้ง 4 คันนั้น ได้มาตั้งแต่สมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ โดยนายชวน และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน รวมทั้งผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้น ได้มีการใช้รถประจำตำแหน่งมาโดยตลอด กระทั่งในสมัยของวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ในขณะนั้นก็ได้ใช้รถประจำตำแหน่งนั้นต่อเนื่อง โดยรถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คันนี้ จะครบอายุการใช้งาน 6 ปี ในวันที่ 5 ม.ค. 2570 และวันที่ 16 เม.ย. 2570 ตามลำดับ ในสมัยปัจจุบันของนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาฯ

ย้ำ “โสภณ” ขอใช้รถส่วนตัว 

...

“ทั้งนี้ ประธานสภาฯ โสภณ ได้แจ้งต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีความประสงค์จะใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งประธานสภาฯ โดยไม่ประสงค์จะใช้รถประจำตำแหน่งประธานสภาฯ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในการจ่ายเป็นค่าน้ำมัน และค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมต่างๆ สำหรับรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และรองประธานสภาฯ ทั้งคนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 3 ได้แจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานว่า จะใช้รถประจำตำแหน่งในการปฏิบัติภารกิจ เมื่อรถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คันเดิมที่ครบอายุการใช้งาน 6 ปี ตามระเบียบราชการ ทางสำนักงานเลขาฯ จึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดหารถประจำตำแหน่งใหม่มาทดแทนคันเดิม เพื่อให้มีรถประจำตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมสำหรับการปฏิบัติราชการสำหรับอายุการใช้งาน 6 ปีของรถประจำตำแหน่งของประธานสภาฯ, รองประธานสภาฯ และผู้นำฝ่ายค้านเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 จึงเป็นกระบวนการจัดหาตามระเบียบราชการปกติ

 ส่วนที่เราเปลี่ยนวิธีการจัดหารถคันใหม่จากการจัดซื้อ มาเป็นการจัดเช่านั้น เพราะการจัดเช่า จะช่วยลดภาระในการดูแลรักษา และการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งก็ใช้วิธีนี้ โดยทำคำของบฯปี 2570 ไว้จำนวน 5,421,600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายผูกพันงบประมาณพ.ศ. 2570-2575 รวมระยะเวลา 5 ปี เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง” นายศิโรจน์ กล่าว

สวน คิดก่อนพูด อย่าสิ้นคิด

ด้านพล.ต.ต. วิชัย กล่าวเสริมว่า ขอฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า จะพูดอะไร ที่พูดไปนั้น มีความคิดหรือสิ้นคิดหรือไม่ เพราะกรณีที่ประธานสภาฯโสภณ ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภายังไม่เคยใช้รถหลวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกน้ำมันหลวง เป็นการประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน ดังนั้นต้องไปดูว่า คนที่ใช้รถมีใครบ้างท่านไปคิดก่อน แล้วถึงจะพูด