คกก.สรรหากรรมการ กสทช. เตรียมส่งมติ “นพ.สรณ” รายงานถึงนายกฯ เผยขั้นตอนจากนี้อาจนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ปลดจาก ปธ.กสทช. หลังมีมติเอกฉันท์ “มีลักษณะต้องห้าม”
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565 จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
นายวิษณุ วรัญญู ในฐานะเลขานุการกรรมการสรรหา กสทช. เปิดเผยหลังการประชุมช่วงหนึ่งว่า “ส่วนการกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลอย่างไร ส่วนจะต้องให้เสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือไม่นั้น ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รับเรื่องมาจากช่องทางไหน ก็ส่งกลับไปช่องทางนั้น”
...
สำหรับรายชื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีทั้งหมด 7 คน คือ
1. นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล (ผู้พิพากษาในศาลฎีกา) ประธานกรรมการสรรหา
2. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ผู้ตรวจการแผ่นดิน) รองประธานกรรมการสรรหา
3. นายนภดล เทพพิทักษ์ (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) กรรมการสรรหา
4. นายณรงค์ รัฐอมฤต (กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)) กรรมการสรรหา
5. นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ (กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน) กรรมการสรรหา
6. นายวิทัย รัตนากร (ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) กรรมการสรรหา
7. นายวิษณุ วรัญญ (ผู้แทนตุลาการในศาลปกครองสูงสุด) กรรมการสรรหาและเลขานุการและโฆษกคณะกรรมการสรรหา
ทั้งนี้ ในคณะกรรมการมี 2 คนที่เกษียณ คือ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต และนายณรงค์ รัฐอมฤต ส่วนนางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ ไม่ได้มาประชุม ซึ่งการประชุมวันนี้มีผู้มาประชุม 4 คน มติที่ออกมาเอกฉันท์คือ 4-0
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จะส่งหนังสือรายงานแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อของ นพ.สรณ ขึ้นโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมปลดจากตำแหน่งประธาน กสทช. แต่หาก นพ.สรณ จะร้องต่อ ก็สามารถไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้