“สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิสยบข่าวนักท่องเที่ยวล้นด่าน ตม. สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) ชู 8 มาตรการเหล็กตำรวจท่องเที่ยวกวาดล้างมิจฉาชีพ
วันที่ 16 ก.ค. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำทีมลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวความแออัดบริเวณจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องใช้เวลารอคิวตรวจหนังสือเดินทางนานถึง 2 ชั่วโมง โดยนายสุรศักดิ์ ได้เร่งรัดให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน พร้อมร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เพื่อยกระดับความสะดวกและความปลอดภัยขั้นสูงสุด
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบันมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 กรกฎาคม 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วถึง 16,773,344 คน สร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึง 809,940 ล้านบาท
โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2.75 ล้านคน), มาเลเซีย (2.18 ล้านคน), อินเดีย (1.27 ล้านคน), รัสเซีย (1.04 ล้านคน) และเกาหลีใต้ (6.11 แสนคน) ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มหาศาลนี้ รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับปรุงระบบนิเวศการให้บริการในท่าอากาศยานให้รวดเร็วและปลอดภัย เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ ยังได้ติดตามและเร่งรัดการติดตั้งช่องตรวจค้นหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Border Channel: ABC) ขาเข้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการระบายผู้โดยสารได้อย่างมหาศาล ควบคู่ไปกับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่แม่นยำ โดยขอให้นำเทคโนโลยี ABC เข้ามาเสริมทัพ จะช่วยลดระยะเวลาการรอคิวของนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ก้าวแรกที่เดินทางถึงประเทศไทยเต็มไปด้วยความประทับใจ ในขณะเดียวกันระบบนี้ยังมีศักยภาพในการคัดกรองและตรวจสอบประวัติเชิงลึก ทำให้มั่นใจได้ว่าความรวดเร็วจะมาพร้อมกับความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูงสุด
...
ชู 8 มาตรการคุมเข้ม
นอกจากด้านความรวดเร็วแล้ว รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้เน้นย้ำเรื่อง “ความปลอดภัย” โดยได้รับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันได้บูรณาการกำลังและดำเนินมาตรการเชิงรุก 8 ข้อ ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเข้มงวด ได้แก่
1. จัดกำลังสายตรวจอำนวยความสะดวก: ลงพื้นที่ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด บริเวณสายพานรับกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ
2. ลาดตระเวนร่วม (Joint Patrol): จัดกำลังลาดตระเวนแบบผสมผสานร่วมกับ ชุดปฏิบัติการ AOT, สารวัตรทหาร และ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครอบคลุมทั่วอาคารผู้โดยสาร
3. ตรวจสอบบริษัททัวร์ (Inbound/Outbound): จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจสอบกรุ๊ปทัวร์ทั้งขาเข้าและขาออก ภายในพื้นที่อาคารผู้โดยสาร เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวก
4. คุมเข้มรถสาธารณะ: ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกและ AOT ตรวจสอบและจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะอย่างเข้มงวด
5. ติดตั้งกล้อง AI จับบุคคลต้องสงสัย: ดำเนินการขออนุญาต AOT ติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบอัจฉริยะ เพื่อตรวจจับใบหน้าบุคคลตามหมายจับและยกระดับความปลอดภัย
6. จัดระเบียบการชูป้ายรับผู้โดยสาร: กำหนดให้ผู้ที่มารอรับผู้โดยสารด้วยการชูป้ายภายในอาคาร ต้อง "ลงทะเบียน" เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่ามารับใคร และนำไปส่งที่ใด
7. สืบสวนเครือข่ายป้ายรับส่ง: ตรวจสอบข้อมูลผู้ชูป้าย เพื่อหาความเชื่อมโยงเชิงลึกไปยังผู้ขับขี่และรถรับจ้าง ป้องกันการหลอกลวง
8. ปราบปรามแท็กซี่เถื่อนและแก๊งมิจฉาชีพ: ลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มรถรับจ้างเป้าหมาย หาข่าวเชิงลึก พร้อมให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ปลอดภัยสำหรับการเดินทาง