“เซีย จำปาทอง” ค้านการยกเลิกขึ้นเงินเดือนผู้ช่วย สส.-สว. ชี้ ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก นอกจากเงินเดือน ไม่มีสวัสดิการใด ๆ เลย ยุบสภาก็ตกงาน กฎหมายแรงงานก็ไม่คุ้มครอง จี้มองรอบด้าน พวกเขาก็เป็นคนทำงานเช่นเดียวกับแรงงานในทุกอาชีพ



วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายเซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลถึงกรณีการยกเลิกการขึ้นเงินเดือนของผู้ช่วย สส. และ สว. โดยฐานเงินเดือนปัจจุบันที่ต่ำสุด 15,000 บาท ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพของคนที่ทำงาน 6-7 วัน และไม่มีสวัสดิการรองรับ จากกรณี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้ลงนามยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. พร้อมตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษารายละเอียดจำนวนผู้ช่วยทำงานและสิทธิประโยชน์ โดยให้เวลาศึกษา 90 วัน



นายเซีย กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือ สส. และ สว. สามารถแต่งตั้งผู้ช่วยทำงานได้ 8 คน แบ่งออกเป็น 3 ตำแหน่งหลัก ได้แก่


1. ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จำนวน 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท

2. ผู้ชำนาญการประจำตัว สส. จำนวน 2 คน เงินเดือน 15,000 บาท

3. ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส. จำนวน 5 คน เงินเดือน 15,000 บาท


ฐานเงินเดือนของผู้ช่วยทำงาน สส. และ สว. มีการปรับเพิ่มครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2555 ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว


ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ก.ร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 โดย วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ได้ลงนามอนุมัติให้ปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. เป็น

...


1. ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.-สว. จำนวน 1 คน เงินเดือน 28,800 บาท

2. ผู้ชำนาญการประจำตัว สส.-สว. จำนวน 2 คน เงินเดือน 18,000 บาท

3. ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส.-สว. จำนวน 5 คน เงินเดือน 18,000 บาท


“หลายท่านคงทราบเช่นเดียวกับผมว่า ก่อนหน้านี้มี สส. ท่านหนึ่งอภิปรายและเสนอต่อประธานรัฐสภาให้ลดสวัสดิการบางส่วน เช่น ค่าอาหาร ซึ่งอ้างว่ามีต้นทุนต่อคนสูงเกินไป รวมถึงเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วยทำงานของ สส. จาก 8 คน เหลือเพียง 3 คน เนื่องจากเห็นว่ามีค่าใช้จ่ายสูงแต่ไม่เกิดประโยชน์

ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวอย่างยิ่ง เมื่อทราบข่าวว่า โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รับข้อเสนอดังกล่าวด้วยการยกเลิกการปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. ซึ่งเดิมมีกำหนดจะปรับเพิ่มในเดือนตุลาคม 2569” นายเซีย กล่าว


นายเซีย กล่าวว่า ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว สส.-สว. ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก สัปดาห์หนึ่งทำงาน 6-7 วัน นอกจากเงินเดือนแล้ว พวกเขาไม่มีสวัสดิการใด ๆ เลย ไม่มีประกันสังคม ไม่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือเงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่มีความมั่นคงในการทำงาน เมื่อยุบสภาก็ตกงานทันที หรือ สส. และ สว. สามารถเปลี่ยนตัวผู้ช่วยได้เมื่อต้องการ


เงินเดือนเพียงหลักหมื่นบาทไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง ขณะที่พวกเขาก็ต้องกิน ต้องใช้ มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกที่ต้องดูแล ไม่ต่างจากคนทำงานทั่วไป มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาไม่ควร “มีเวลาทำงาน มีเวลาพักผ่อน และมีเวลาใช้ชีวิต” เหมือนคนทั่วไปบนโลกใบนี้


สำหรับผม มีทีมทำงานหลายคนคอยช่วยติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ทำการวิจัยและค้นคว้าข้อมูลประกอบการจัดทำญัตติต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ มีทีมด้านการสื่อสารที่ช่วยนำเสนอข้อมูลผลการประชุมและการปฏิบัติงานทางนิติบัญญัติ รวมถึงสื่อสารปัญหาของพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ผมนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ให้ประชาชนได้รับทราบ


นอกจากนี้ ยังมีทีมทำงานในพื้นที่ที่คอยรวบรวมปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ประสานงานเรื่องร้องเรียน พาผู้ใช้แรงงานที่ถูกละเมิดสิทธิไปดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ สำหรับ สส. แบบแบ่งเขต ยังต้องมีทีมงานศึกษาปัญหาในพื้นที่ รู้ต้นเหตุของปัญหา ประสานเรื่องร้องเรียน ช่วยเหลือประชาชน และนำข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม


“ผมเข้าใจถึงความกังวลของประธานรัฐสภาต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ได้มองปัญหาในมุมของ “คนทำงาน” อย่างรอบด้าน ผู้ช่วยทำงานของ สส.-สว. ก็เป็นคนทำงานเช่นเดียวกับแรงงานในทุกอาชีพ การไม่ปรับค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน เป็นการซ้ำเติมคนทำงานที่เฝ้ารอความหวังว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนจะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ผมอยากให้ท่านประธานสภาและผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ไม่อยากให้มองว่าผู้ช่วยทำงานของ สส.-สว. ต้องเป็นผู้ที่มีต้นทุนทางสังคมหรือมีทรัพยากรเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาค่าตอบแทนจากรัฐสภา เพราะหากเป็นเช่นนั้น ผู้ที่มีเจตจำนงทำงานทางการเมือง เป็นลูกชาวบ้าน หลานกรรมกร หรือผู้ที่ต้องการเป็นปากเสียงแทนประชาชน แต่มีฐานะไม่พร้อม อาจไม่สามารถยืนหยัดทำงานในระบบรัฐสภาได้ ขณะที่ผู้ที่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งทางการเมืองกลับมีโอกาสเข้ามาแทนที่ มากกว่าผู้ที่ตั้งใจสนับสนุนงานนิติบัญญัติและการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง”