“อนุทิน” ถกกองทัพไทย ก่อนเยือนจีน ย้ำไม่ปิดกั้นหากจีนขอเป็นตัวกลางเคลียร์ปมชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเดินหน้าถก “เมียนมา”แก้ปัญหาน้ำกกปนเปื้อน-ชนกลุ่มน้อย-ยาเสพติด
วันที่ 16 ก.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมหารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจกล่าวถึงกรณีการเดินทางเยือนจีนว่า ได้มีการพูดคุยกับกองทัพของไทยก่อนเดินทางหลายเรื่อง เพราะตนต้องไปพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ หลี่เฉียงนายกรัฐมนตรีของจีน มีตั้งแต่ประเด็นทางการค้า เศรษฐกิจ ความร่วมมือและความมั่นคง และการที่ตนเดินทางมาในวันนี้ก็ได้ถามกองทัพว่า มีประเด็นใดที่อยากจะฝากไปหารือกับผู้นำระดับสูงของจีนหรือไม่ แต่ในสัปดาห์หน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน จะเดินทางมาเยือนไทย เรื่องที่พูดคุยก็จะมีความต่อเนื่องกัน
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของความมั่นคง ไม่สามารถมาพูดสาธารณะได้ เมื่อถามว่า หากมีโอกาสเปิดอกพูดคุยกับผู้นำจีน จะมาคุยเรื่องประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศจีนเป็นมหามิตร สนับสนุนเกื้อกูล พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากทางการจีน อยากจะเป็นตัวกลางพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา จะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงแค่ว่า “เราก็ไม่ปิดกั้น”
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องมีการพูดคุยกันทุกเรื่อง และเรื่องนี้ก็ต้องพูดคุยกับทางเมียนมาด้วย โดยในต้นเดือนสิงหาคมนี้ ผู้นำเมียนมาก็จะเดินทางมาเยือนไทย และเมื่อวานก็ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา ก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาหารือด้วย ทั้งเรื่องของการเผาที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน เรื่องมลพิษ ชนกลุ่มน้อย และยาเสพติด ไปจนถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง ในการขจัดยาเสพติด ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ
...
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับ มิน อ่อง หล่าย ที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ ของประเทศไทย หากนำไปสู่ผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศร่วมกัน ก็จะหาบทสรุปและบรรลุผลข้อตกลงด้วยความรวดเร็ว
ด้านพลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงความกังวลในเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่เป็นการรับฟังการอัปเดตสถานการณ์ด้านความมั่นคงจากกองทัพอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเด็นสถานการณ์ชายแดน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เน้นย้ำหรือสั่งการเพิ่มเติมเป็นพิเศษ โดยการหารือยังคงยึดตามนโยบาย 5 ข้อ ที่มุ่งเน้นเรื่องความพร้อมของกองทัพ ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทยได้สรุปสถานการณ์และความคืบหน้าต่าง ๆ ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการพบปะพูดคุยและอัปเดตสถานการณ์กับนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ แต่ส่วนใหญ่เป็นการหารือแบบไม่เป็นทางการ ขณะที่การประชุมในวันนี้ถือเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่มีผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพเข้าร่วมพร้อมกัน ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลที่เคยหารือกันไว้ มาสรุปและนำเสนออย่างเป็นระบบ กระชับ และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีพึงพอใจกับการเตรียมความพร้อมและแผนรับมือของกองทัพหรือไม่ พลเอกอุกฤษฎ์ เพียงยิ้มก่อนตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่บอก”