“อ.วีระ” ไล่บี้งบฯ คมนาคม จี้ตรวจสอบหน่วยงานซุกเงินนอกงบประมาณ คาดไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน แนะลดงานซ้ำซ้อนทั้งบก-เรือ-อากาศ-ราง เพิ่มการเชื่อมต่อ มองประมูลทะเบียนรถเลขสวย ควรนำมารวมในงบฯ ด้วย


เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในมาตรา 15 กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในกำกับ ว่า งบประมาณของกระทรวงคมนาคมในปี 2570 ราว 1.7 แสนล้านบาท ในเล่มขาวคาดแดง (เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 โดยสำนักงบประมาณ) ชี้แจงว่าเป็นเงินนอกงบประมาณราว 3.1 พันล้านบาท แต่ในเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมของกระทรวงคมนาคมกลับไม่ตรงกัน คือ งบประมาณราว 2.4 แสนล้านบาท และมีเงินนอกงบประมาณราว 4 พันล้านบาท จึงต้องการทราบว่าความแตกต่างในส่วนนี้เกิดจากอะไร เพราะเหตุใดจึงไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ สำหรับเงินนอกงบประมาณ สำนักปลัดกระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบหรือไม่ว่ามีเงินนอกงบประมาณไปซุกอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมดเป็นจำนวนเท่าใด เพราะตนคิดว่าเงินจำนวนนี้มีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่ 4 พันล้านบาท

ประเด็นของกระทรวงคมนาคมในขณะนี้คือการดำเนินการโครงการทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางราง มีความซ้ำซ้อนกัน เหมือนการสร้างรถไฟความเร็วสูงคร่อมลงไปบนรถไฟทางคู่ อย่างนี้มันจะเป็นปัญหาเพราะประเทศไทยไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น ดังนั้นในแผนใหญ่จึงต้องตัดความซับซ้อน แล้วเพิ่มความต่อเนื่องในการขนส่งโดยสารทั้งระบบ (Connectivity) ซึ่งก็อาจจะอยู่ในหัวของข้าราชการฝ่ายประจำ แต่ตนก็เข้าใจว่าอาจจะโดนฝ่ายการเมืองกดดันมา อย่างประเทศนี้จะมีสนามบินต่างจังหวัดครบทุกจังหวัดได้อย่างไร แต่ฝ่ายประจำก็ถูกบังคับให้ทำ 

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของถนนก็เช่นกัน เพราะนอกจากจะไม่เชื่อมต่อ มีความซ้ำซ้อนรั่วไหลแล้ว สิ่งที่ทำน้อยมากคือการบำรุงรักษา โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่งบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งตนได้ถามไปเมื่อปีที่แล้วว่า ถนนที่มีเลข 3 หลัก (เส้นทางสายรองประธานที่เชื่อมต่อจากทางหลวงหลัก หรือเส้นทางสายประธาน เพื่อเข้าไปพื้นที่ย่อยในจังหวัดนั้นๆ อีกที) ทำไมถึงทำเป็น 4 ช่องทางจราจรทั้งประเทศไม่ได้ แต่ทางนั้นกลับตอบมาว่า ทำได้เพียงแค่ 40% เท่านั้น ซึ่งตนมองว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้ ของเก่าไม่มีไหล่ถนน รถจะชนกันตาย คนขี่จักรยานยนต์ต่างจังหวัดตายกันมาเยอะแล้วเพราะไม่มีไหล่ถนน สิ่งนี้ตนมองว่ากรมทางหลวงต้องจัดการให้ดีๆ

ขณะที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) การเผยแพร่ผลการศึกษา งานวิจัย และแผนแม่บทต่างๆ ต้องทำให้สาธารณชนเข้าถึง ส่วนกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตนมีอยู่ 2 ประเด็น คือ สถานีขนส่งในแต่ละจังหวัด อยากให้ไปสำรวจว่าร้างไปแล้วกี่จังหวัด เพราะรถ บขส. ก็ไม่ได้วิ่งเข้า รถตู้ก็ไม่ได้ไป มันไม่เป็นระบบแบบที่เราไปญี่ปุ่น สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าจัดระบบดีๆ มันก็ทำได้ อีกประเด็นหนึ่งคือ การประมูลทะเบียนรถเลขสวย อยากให้นำเข้ามารวมในงบประมาณด้วย อย่าไปทำอะไรเลอะเทอะ.