“สิทธิพล” อัดยับ “ข้าวแกง 40 บาท” แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดีแต่โชว์ ไม่ช่วยใครได้จริง
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศทบทวนและสั่งชะลอโครงการ "ข้าวแกง 40 บาท" หลังเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยนายสิทธิพลระบุว่า เห็นด้วยกับการยอมถอยเพื่อทบทวน แต่ชี้ว่าโครงการนี้คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ "การบริหารเศรษฐกิจแบบศุภจี" ที่สอบตกในแง่การปฏิบัติจริง
สส.พรรคประชาชนบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อ้างว่าทำโครงการนี้เพื่อช่วยค่าครองชีพในวันที่ราคาน้ำมันเริ่มลดลง แต่แปลกใจว่าทำไมข้าวแกงยังไม่ยอมลดราคาตาม ซึ่งตนเคยเตือนแล้วว่าเมื่อราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งจนผลักให้ราคาสินค้าขึ้นไปแล้ว แม้น้ำมันจะลดลง ราคาสินค้าก็ไม่มีทางปรับลงตาม ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจชี้ชัดทุกครั้ง รัฐบาลต้องคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ปล่อยให้แพงจนลามทั้งระบบ แล้วมาแก้ปลายเหตุแบบนี้
นายสิทธิพลบอกอีกว่า หลายมาตรการในยุคนี้มีลักษณะทำเพื่อให้ได้ชื่อว่า "ทำแล้ว" แต่ในความเป็นจริงช่วยคนได้ไม่ถึงเสี้ยวของปัญหา อย่างปุ๋ยธงเขียวราคาถูกก็ปล่อยออกมาช่วยเกษตรกรไม่ถึง 1% ของความต้องการใช้จริง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังต้องแบกต้นทุนปุ๋ยแพงเท่าเดิม ค่า GP แพลตฟอร์มส่งอาหารช่วยผู้ประกอบการแค่ 2,000 ราย จากผู้เดือดร้อนจริงหลายแสนถึงล้านราย โครงการรถพุ่มพวงมีจังหวัดละไม่กี่คัน ประชาชนเข้าไม่ถึงจนต้องตั้งคำถามว่า "รถพุ่มพวงอยู่ไหน?"
สส.พรรคประชาชนบอกอีกว่า จากการสั่งเบรก "ข้าวแกง 40 บาท" แล้วไม่มีเสียงเสียดายจากทั้งฝั่งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนชัดว่าโครงการนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ใครเลย พร้อมแนะให้หันไปดูปัญหาจริงอย่างโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่กีดกันผู้ประกอบการน้ำดีในระบบภาษี เพียงเพราะมียอดขายเกิน 1.8-2 ล้านบาทต่อปี (เฉลี่ยแค่วันละ 5,000-6,000 บาท) จนทำให้ร้านค้าเหล่านี้เสียลูกค้าและแบกรับต้นทุนอ่วม
...
"ที่ประชาชนถามหาว่ารัฐมนตรีศุภจีหายไปไหน ไม่ใช่เพราะคิดถึง แต่เพราะเขารู้สึกว่างานในความรับผิดชอบของท่านมันไม่ได้แก้ความเดือดร้อนให้เขาได้จริง ขอฝากว่ามาตรการเศรษฐกิจหลังจากนี้ต้องครอบคลุมเป็นชิ้นเป็นอัน และสอดคล้องกับขนาดของวิกฤตมากกว่าที่เป็นอยู่" นายสิทธิพลกล่าว