เริ่มแล้ว ประชุม กสถ. เพิกถอนข้าราชการ 5,000 รายชื่อโกงสอบท้องถิ่น “อรรษิษฐ์” ลั่นไม่หนักใจ คาดส่งมติให้ ก.กลาง พิจารณาฟัน 23 ก.ค. ด้าน รองเลขา ป.ป.ช. ย้ำเพิกถอนข้าราชการ 5,000 รายชื่อเป็นหน้าที่ สถ.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. วาระสำคัญคือ การพิจารณาเพิกถอน 5,000 รายชื่อ ของผู้ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังพบคะแนนมีความผิดปกติ
โดยก่อนการเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอรรษิษฐ์ ว่าหนักใจหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ถามกลับว่า “หนักใจเรื่องอะไร” เมื่อถามถึงวาระการประชุมในวันนี้จะมีการเพิกถอน 5,000 รายชื่อ ข้าราชการท้องถิ่นเลยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ย้ำว่า อำนาจอยู่ที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง แต่วันนี้ กสถ. เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก ก.กลาง เพื่อดำเนินการจัดสอบ ซึ่งเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นมา ก็จะต้องนำเข้าที่ประชุม กสถ. แล้วถึงส่งเรื่องต่อไปยัง ก.กลาง เพื่อพิจารณา และมีมติต่อไป โดยคาดว่า ก.กลาง จะมีการพิจารณาและมีมติในวันที่ 23 กรกฎาคม
รองเลขา ป.ป.ช. ย้ำเพิกถอนข้าราชการ 5,000 รายชื่อเป็นหน้าที่ สถ.
ด้านนายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม กสถ. ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ว่า รายละเอียดของการประชุมตนยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งได้รับหนังสือเชิญให้มาร่วมการประชุม ซึ่ง สถ. จะเป็นผู้ให้ข้อมูล ว่ามีการเพิกถอนบรรจุข้าราชการ 5,000 รายชื่อหรือไม่ เนื่องจากตนมาในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
...
เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้สังเกตการณ์ในวันนี้จะนำเข้าไปรวมกับสำนวนของ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนจะพิจารณาก่อน และขอข้อมูลเพื่อไปรวมกับข้อมูลที่ ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมตนก็จะให้ข้อเสนอแนะด้วย
เมื่อถามว่าในเบื้องต้น ป.ป.ช. จะเสนอแนะให้เพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คนเลยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่าเรื่องนี้ต้องไปนำเรียนก่อน เนื่องจากมีการดำเนินการไต่สวนข้ามขั้ว อย่างกรณีการเพิกถอน ก็ต้องพิจารณา โดยไม่ให้ผลกระทบต่อสำนวนไปด้วย ก่อนย้ำว่าอำนาจในการเพิกถอนเป็นของ สถ. ไม่ใช่อำนาจของป.ป.ช.
ส่วนมีความคืบหน้าเรื่องการตรวจข้อสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าการตรวจข้อสอบเพิ่มเติม เป็นเรื่องของ สถ. ว่ามีรายใดบ้างที่มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับทาง ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ข้อมูลเมื่อใด ซึ่งการไต่สวนก็จะต้องขอข้อมูลส่วนนี้มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อจะคัดแยกว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เข้าสอบ
ส่วนในที่ประชุมวันนี้จะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า โดยกระบวนการไต่สวน พบว่าใครเกี่ยวข้อง ก็สามารถเรียกไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ยังคงเป็น 22 รายชื่อ หากมีผลการดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไร เรื่องการไต่สวนเพิ่มเติม ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่แล้ว ขยายผลไปถึงใครก็จะดำเนินการให้ครบถ้วน
เมื่อถามว่าข้อมูลของ ป.ป.ช. จะต้องส่งต่อไปยังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า หากทางรองนายกรัฐมนตรีประสานมา ก็พร้อมที่จะนำส่งข้อมูล เพราะการทำงานต้องควบคู่กันไป ป.ป.ช. มีหน้าที่ไต่สวน รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อวางแนวทางต่างๆ
เมื่อถามว่ากระบวนการไต่สวนขณะนี้ถือว่าล่าช้าหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. เพิ่งเริ่มดำเนินการ ตั้งกระบวนการไต่สวน และเรื่องนี้เรายกขึ้นเป็นคดีพิเศษ กระบวนการสอบสวนจึงต้องรวดเร็วขึ้น และต้องทำในรูปแบบคณะกรรมการไต่สวน ตนมองว่าเรื่องนี้น่าจะไวเพราะเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ยืนยัน ป.ป.ช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ความสะดวกเรื่องของการเตรียมความพร้อม และจะเร่งรัดคดีนี้โดยเร็วที่สุด
ส่วนบรรยากาศก่อนการประชุมพบว่า มี กสถ. เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมสังเกตการณ์ในการประชุมด้วย