“ษัษฐรัมย์” ย้ำความสำคัญเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลัง “สูตร CARE” ผ่าน ครม. สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชนกว่า 5.7 แสนคน ชี้ เป็นผลการศึกษาที่รอการมาผลักดันเกือบสิบปี เผยบทสนทนากับ “จุลพันธ์”
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมในฝั่งผู้ประกันตน ทีมประกันสังคมก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า วันนี้สูตรแคร์ (CARE) ผ่านแล้ว (อ่านเพิ่มเติม : ครม. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง “สูตร CARE” คำนวณบำนาญชราภาพประกันสังคม) สิ้นสุดคราบน้ำตาของประชาชนกว่า 570,000 คน สูตรบำนาญประกันสังคมถูกออกแบบมาโดยไม่มีการใช้งานกว่า 15 ปี เมื่อใช้งานมีคนจำนวนมากที่ได้รับบำนาญอย่างไม่เป็นธรรม สะสมมาจากปี 2557 จนปี 2568 ราว 70% ของคนรับบำนาญ และมีคนเสียชีวิตก่อนได้รับบำนาญที่เป็นธรรมปีละกว่า 10,000 คน
การศึกษาปัญหานี้มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัยของสำนักงานประกันสังคม เพื่อยกระดับมาตรฐานการคำนวณบำนาญ แต่การขาดการผลักดันในระดับบริหารที่มากพอ ที่จะสื่อสารในทางสาธารณะให้เกิดความเข้าใจ สูตรแคร์จึงเป็นแค่ผลการศึกษาที่รอการมาผลักดันเกือบสิบปี บอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งเรามองเห็นปัญหาส่วนนี้ จึงเริ่มผลักดันในระดับอนุกรรมาธิการสิทธิประโยชน์ ที่ นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเป็นประธาน เรื่องเข้าสู่บอร์ดในช่วงต้นปี 2568 แต่กลับถูกกีดขวางโดยผู้บริหารบางส่วนที่ขาดความเข้าใจ ก่อนที่จะตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาสูตรแคร์โดยเฉพาะ ซึ่งฝั่งผู้ประกันตนได้ส่งตน และ อ.ชานน เข้าไปเป็นตัวแทนและใช้เวลาราว 3 เดือน ในการนำสูตรแคร์ออกสู่การทำประชาพิจารณ์ นับเป็นการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับการสนับสนุนในวงกว้างมากที่สุด
...
“ในระหว่างทางนี้ ผมต้องบอกว่า ผมได้พบกัลยาณมิตร สหายในฟากฝั่งการเมือง คือ ไอซ์-รักชนก ศรีนอก และ เนม-สหัสวรรต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน พวกเขาใช้ชื่อเสียง ใช้ชีวิตของตัวเองในการติดตามเรื่องความทุกข์ร้อนของชีวิตประชาชน เราเดินทางจากเหนือจรดใต้เพื่อสร้างความเข้าใจ และใช้ข้อเท็จจริงในการลบล้างมายาคติต่างๆ และเผชิญกับกลุ่มที่พยายามลดทอนเรื่องสูตรบำนาญว่าเป็นเรื่องทางการเมือง แม้ว่าความทุกข์ร้อนของผู้คนไม่มีเฉดสี ไม่มีภูมิภาค พวกเรายืนหยัดเพื่อเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้กับคนที่ได้รับความไม่เป็นธรรม นี่คือหน้าที่ของบอร์ดบริหาร เราไม่สามารถให้คนครึ่งล้านคนไปนั่งต่อสู้เองได้ จุดนี้คือความเป็นธรรม ที่เกิดได้จากอำนาจอันน้อยนิดของเรา แต่สูตรแคร์แม้ผ่านบอร์ดไปแล้ว ผ่านรัฐมนตรีถึง 3 คน จนกระทั่งรัฐมนตรีคนที่ 4 คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว”
นายษัษฐรัมย์ เผยต่อไปว่า ในบทสนทนาส่วนตัว ตนบอกนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า “โลกนี้ไม่มีใครจะจำชื่อษัษฐรัมย์หรอก ใครจะรู้จักบอร์ดประกันสังคม ประชาชนจะจดจำชื่อจุลพันธ์ รัฐมนตรีที่แก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คนรับบำนาญเลือกผมไม่ได้แล้ว แต่ประชาชนจะจดจำรัฐบาล รัฐมนตรีที่ทำเรื่องนี้สำเร็จ” แต่นายจุลพันธ์ ตอบสั้นๆ ว่า “พี่เพิ่งเข้ามาแค่ 3 เดือน ประชาชนรู้อยู่แล้ว ถ้าเรามีอำนาจจะทำสิ่งที่ถูกต้องได้ แล้วไม่ทำ เราจะมาเป็นรัฐมนตรี มาเป็นรัฐบาลทำไม ไม่เกี่ยวกับพรรค ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มันเกี่ยวกับความทุกข์ร้อนของประชาชน”
ก่อนที่ นายษัษฐรัมย์ จะทิ้งท้ายว่า สูตรแคร์ คืออุดมคติของการผลักดันทางการเมือง ประชาชนทุกข์ร้อน ราชการตอบสนองศึกษา บอร์ดบริหารผลักดัน รัฐมนตรีทำงานโดยเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง มีผู้คนอีกมากมายที่ตนอยากขอบคุณ และไม่อาจจะกลั้นน้ำตาได้ ว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้คืนความเป็นธรรมให้ผู้คนมหาศาล นี่คือภาพรูปธรรมว่า “ทำไมเราต้องออกไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม”