“ปกรณ์” นำถก คกก.สอบแข่งขันทุจริตบรรจุท้องถิ่น นัดที่ 2 ลั่นล้างบางให้จบ “ตั้งใจมาโกงตั้งแต่แรกไม่ควรอยู่ในระบบราชการ” เผยเตรียมรายงานนายกฯทุก 10 วัน ขออุบรายละเอียดหวั่นข้อมูลรั่วไหล


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ตึกบัญชาการ  ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569


โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ เลขาธิการสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (กพร.)


จากนั้นเวลา 14.40 น. นายปกรณ์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ที่มี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ได้มาสรุปรายงานความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต สำหรับผลการประชุมในวันนี้มีการรับทราบกรอบแนวทาง และข้อมูลเบื้องต้นที่คณะทำงานได้ดำเนินการมา ซึ่งไม่ขอลงลึกในรายละเอียด เพราะจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการในอนาคต


นายปกรณ์ กล่าวต่อว่าหน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ได้ดูว่ากระบวนการทั้งหมดมีข้อบกพร่องจุดไหนบ้าง มีใครที่รับผิดชอบในขั้นตอนไหนบ้าง เราจะไม่ลงลึกไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ใครที่รับผิดชอบอยู่ในแต่ละกระบวนการเราจะระบุแค่นั้น และเรื่องของการลงโทษ หรือการดำเนินคดีอาญา เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องดำเนินการต่อไป เราจะไม่ระบุว่าตัวคนๆนั้นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จะไปดูเรื่องกระบวนการว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “ไอทีริส” (ITRIS) อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้น ซึ่งเราเห็นข้อมูลที่น่าตกใจหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลอันหนึ่งไม่ตรงกับอีกอันหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ตนคิดว่าคนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะตั้งใจที่จะมาโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ

...


นายปกรณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะต้องรายงานทุก 10 วัน เหตุผลที่ไม่รายงานต่อสื่อมวลชน เพราะเดี๋ยวจะมีประเด็นเรื่องที่เราต้องทำต่อ ข้อมูลอาจจะรั่วไหล แต่ย้ำว่า เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย บริษัทเอกชนผู้เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัย ทุกคนมุ่งหวังที่จะล้างบางมันสักที ให้มันจบๆไปในเรื่องนี้