รัฐบาลยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ ปูพรมตรวจเข้มใน 30 วัน พบฝ่าฝืนสั่งปิดทันทีไร้ข้อยกเว้น
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้สถานบริการเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และย้ำว่าเหตุการณ์นี้กระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศอย่างรุนแรง ที่ผ่านมามีเหตุสลดในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงถึงเวลาที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การวัวหายล้อมคอก โดยประกาศยกระดับเรื่องนี้เป็น "วาระแห่งชาติ"
นายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก จับมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้ง กทม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตรวจตราโฟกัส 4 จุด ระบบป้องกันอัคคีภัย (ถังดับเพลิง, สปริงเกอร์, ระบบเตือนภัย) ทางหนีไฟ (ต้องใช้งานได้จริง ไม่มีสิ่งกีดขวาง) ความจุของอาคาร (ห้ามแออัดเกินกฎหมายกำหนด) การปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด โดยต้องรายงานผลการตรวจสอบให้ ครม. รับทราบภายในกรอบเวลา 30 วัน
ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบสถานประกอบการใดฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่ได้มาตรฐาน จะถูกสั่งระงับและปิดให้บริการทันที จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องและผ่านการรับรองใหม่ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยผลการตรวจสอบและความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงกับการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ
...