“สิริพงศ์” ยันการสิ้นสุดสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ยังไม่ได้ข้อสรุป-รอชงทางออก กพอ. เคาะ ย้ำต้องรักษาผลประโยชน์รัฐให้มากที่สุด ด้าน “ปกรณ์” ชี้ต้องดูสัญญาหลัก



วันที่ 14 ก.ค. 2569  เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีข่าวว่ากระทรวงฯ เตรียมนำเสนอแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนให้คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กรณีโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) นั้น


รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า ยังไม่ใช่บทสรุป ซึ่งก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะต้องนำเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาให้แก่ กพอ. เนื่องจากตัวเลขและค่าการก่อสร้างเปลี่ยนไป ฉะนั้นก็ต้องมาดูว่าหากต้องการทำให้โครงการสมบูรณ์ในการเชื่อมต่อ 3 สนามบิน จากกรุงเทพไปถึงอีอีซี จะต้องดำเนินการอย่างไรให้ครบถ้วน ซึ่งก็อาจจะต้องพิจารณาแนวทางอื่น แต่ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีการสรุปว่าจะเป็นแนวทางใด เพราะต้องพิจารณาในเรื่องงบประมาณ ความเหมาะสม ความคุ้มค่าการลงทุนและร่วมทุน ก่อน


ฉะนั้นอย่างแนวทางอย่างรถไฟ Missing Link หรือการเดินหน้าไฮสปีด ก็ต้องเป็นแนวทางที่ต้องนำเสนอเช่นเดียวกัน เพราะต้องนำเสนอหลายแนวทางเพื่อมาประกอบการ


ส่วนหากมีการสิ้นสุดสัญญาโครงการนี้ จะต้องมีการดำเนินมาตรการอะไรกับเอกชนหรือไม่ รมช.คมนาคม ระบุว่า ก็ต้องมีส่วนที่มาพิจารณากันว่าการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการเลิกสัญญา ใครที่มีการกระทำผิดต่อสัญญาบ้างก็ต้องตรงนั้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจบง่าย เพราะรัฐและเอกชนต่างคงไม่ยอม ฉะนั้นก็ต้องสู้กันในทางกฎหมาย


ส่วนถ้าสรุปเช่นนั้นจะต้องมีการเรียกค่าชดเชยหรือไม่ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ต้องมาดูกันแต่เชื่อว่ามีแน่นอน 

...


ส่วนจะต้องมีการทำลิสต์การรับงานรัฐในอนาคตหรือไม่ รมช.คมนาคม ระบุว่า สุดท้ายต้องมาสู้กันในข้อกฎหมายว่าสาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร หากถามว่าตอนแรกเริ่มโครงการกระทรวงคมนาคม ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้หรือไม่ ซึ่งก็จริงเพราะบางพื้นที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างการไปทำ MOU ว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนภาคเอกชนมีบางส่วนที่จะต้องรับภาระหนี้ไปแล้วไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ซึ่งก็จริง ซึ่งก็มี MOU ที่ระบุว่าในช่วงเริ่มดำเนินการก็อาจจะยังไม่ต้องชำระหนี้จะต้องจ่ายดอก ฉะนั้นก็ต้องไปดู MOU แต่จะบอกว่าฝ่ายไหนมีส่วนผิดสัญญาบ้าง ก็อาจจะมีทั้งสองฝ่ายฉะนั้นก็ต้องมาดูกัน ว่าส่วนไหนใครต้องชดเชยอะไร นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ถึงอย่างไรรัฐ ก็ต้องรักษาประโยชน์ของรัฐให้มากที่สุด


ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่องการดำเนินการสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนโครงการดังกล่าว ซึ่งเรื่องยังอยู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และยังไม่ได้ออกมาจากกระทรวงคมนาคม


เมื่อถามว่า  จะยกเลิกเพื่อสิ้นสุดสัญญาลงทุนโครงการดังกล่าวจะสามารถทำได้หรือไม่ ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ย้ำว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียด เพราะต้องไปดูสัญญาตัวแม่ (สัญญาหลัก) และรายละเอียดก่อน