“รมว.สุรศักดิ์” ชี้ ไม่ลดยอดนักกีฬาไทยลุยเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่น เร่งผลักดันแผนเก็บตัวนักกีฬาไทยลุยยูธโอลิมปิกที่เซเนกัล พร้อมเดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาไทยเต็มศักยภาพ
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เพื่อหารือถึงเรื่องการส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ ประเทศเซเนกัล โดยมีเป้าหมายให้การเตรียมความพร้อมและการส่งนักกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์ สื่อมวลชนกีฬา เข้าร่วม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “จากประเด็นข่าวสารที่สมาคมกีฬาต่าง ๆ มีความกังวลเรื่องการลดจำนวนนักกีฬา หรือการตัดงบประมาณนั้น ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วง จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยในครั้งนี้ ซึ่งจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวระบุว่า มีการปรับลดจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น และปรับลดจำนวนวันเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ ประเทศเซเนกัล เนื่องจากงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติถูกปรับลด และมีความล่าช้าในการเบิกจ่ายนั้น ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าว อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และ ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต่อไปนี้จะต้องมีการหารือร่วมกัน ระหว่างสมาคมกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณและการพัฒนากีฬาให้มีความชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถวางแผนได้อย่างต่อเนื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
...
จากการหารือร่วมกัน พบว่ามีหลายประเด็นที่ต้องกำหนดรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละสมาคมได้รับการสนับสนุนแตกต่างกัน ดังนั้น จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์กลางที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำหนดตัวชี้วัด (KPIs) และแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อให้การสนับสนุนสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของแต่ละสมาคม ต่อจากนี้ เราจะร่วมกันวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณของแต่ละปีอย่างชัดเจน สมาคมกีฬาจะสามารถวางแผนพัฒนานักกีฬา จัดการแข่งขัน และดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับงบประมาณสนับสนุนการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการอนุมัติวงเงินจำนวน 131 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และยังมีอีก 3 ชนิดกีฬา ที่ผ่านการคัดเลือกและมีสิทธิ์ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มเติม ซึ่งกองทุนและ กกท. ได้รับทราบข้อมูลแล้ว และได้ยืนยันต่อคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยว่า นักกีฬาและสมาคมกีฬาทุกแห่งที่ผ่านหลักเกณฑ์จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างครบถ้วน
“ผมขอยืนยันว่า จะไม่มีการตัดสิทธิ์ ลดจำนวน หรือตัดนักกีฬา นักกีฬาทุกคนที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ จะได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ที่พัก และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์เดิมที่ทุกฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้”
อีกประเด็นหนึ่งที่ได้หารือร่วมกัน คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการยูธโอลิมปิก ที่ประเทศเซเนกัล ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม โดยเป็นช่วงคาบเกี่ยวของปีงบประมาณ 2569 และ 2570 แม้จะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างสองปีงบประมาณ แต่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ยืนยันว่า ได้จัดเตรียมงบประมาณปี 2570 รองรับไว้ครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของการเตรียมทีมและการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมทั้งให้แต่ละสมาคมเร่งจัดทำแผนการใช้งบประมาณให้ชัดเจนว่า ช่วงเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมจะดำเนินกิจกรรมใด เพื่อให้สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า ทั้งปีงบประมาณ 2569 และ 2570 กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและ กกท. จะร่วมกันจัดหาแหล่งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการเตรียมทีมและการแข่งขันอย่างครบถ้วน เพื่อไม่ให้การดำเนินงานของสมาคมกีฬาและนักกีฬาได้รับผลกระทบ ส่วนในระยะยาว จะมีการปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้กับสมาคมกีฬา เพื่อให้การพัฒนากีฬาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันวางแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ใช้งบประมาณและผู้บริหารงบประมาณมีข้อมูลตรงกัน ลดปัญหาการดำเนินงานที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จะร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนากีฬาและการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนานักกีฬาไทยอย่างยั่งยืน