"อนุดิษฐ์" จี้เลิกพฤติกรรมวัวหายล้อมคอก เสนอร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยสาธารณะ พร้อมใช้ระบบดิจิทัลตรวจสถานประกอบการ
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 27 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 63 ราย จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว พร้อมระบุว่า แม้ในขณะนี้สาเหตุของเพลิงไหม้จะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องการอนุญาตประกอบกิจการ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุและดับเพลิง ทางหนีไฟ วัสดุป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนการตรวจสอบอาคาร เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและนำตัวผู้ต้องรับผิดชอบมาลงโทษ
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาคารอยู่หลายฉบับ แต่ปัญหาสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายที่กระจัดกระจายและแยกกันอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ซึ่งโครงสร้างเช่นนี้กลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจ การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้กระทั่งการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น รัฐบาลและสังคมไม่ควรปล่อยให้โศกนาฏกรรมในลักษณะนี้จบลงเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมา "ถอดบทเรียน" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีการปรับปรุงระบบและตัวข้อกฎหมายอย่างจริงจัง
ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ ได้เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม โดยเตรียมผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งจะเป็นกฎหมายหลักในการกำหนดมาตรฐานและกลไกกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของอาคารรวมถึงพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ โดยจะครอบคลุมภัยพิบัติในทุกมิติ ทั้งอัคคีภัย อาคารถล่ม แผ่นดินไหว อุทกภัย และภัยสาธารณะอื่น ๆ
หลังจากนี้ พรรคกล้าธรรมจะเชิญผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ก่อนที่จะรวบรวมรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางการปฏิรูประบบการทำงานของภาครัฐอีก 2 ข้อสำคัญ คือ ปรับปรุงระบบการตรวจอาคารเป็นดิจิทัล: เสนอให้เปลี่ยนระบบการขอใบอนุญาตและการตรวจสอบสถานประกอบการให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลเชื่อมโยงกันและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ดุลพินิจส่วนตัวและการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการอันเป็นต้นตอของส่วย และกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดและเด็ดขาด ทั้งต่อผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือมีพฤติกรรมทุจริต
...
"ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนบทเรียนจากหยาดน้ำตาและความสูญเสียของประชาชน ให้กลายมาเป็นข้อกฎหมายและระบบที่จับต้องได้ เพื่อปกป้องชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เงียบหายไปแล้วรอให้เกิดเหตุซ้ำอีก" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย