สาธารณสุขไทยกระหึ่มโลก “Travel And Tour World” นิวยอร์ก โหวตไทยอันดับ 2 ของโลกท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ 


วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีระดับโลกว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2026 จากการจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 โดย Travel And Tour World (TTW) ซึ่งเป็นสื่อด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นานาชาติมีต่อศักยภาพระบบสาธารณสุขไทย และเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันนโยบายประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness Hub) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สำหรับการจัดอันดับ 10 สุดยอดประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโลก ประจำปี 2026 อันดับ 1 ตุรกี อันดับ 2 ไทย อันดับ 3อินเดีย อันดับ 4 เม็กซิโก อันดับ 5 เกาหลีใต้ อันดับ 6 มาเลเซีย อันดับ 7 คลอสตาริกา อันดับ 8 สิงคโปร์ อันดับ 9อสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อันดับ 10 โคลอมเบีย ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศชั้นนำของโลก และได้รับการยอมรับสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียด้านการแพทย์

 รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยชนะใจผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาจากจุดแข็งรอบด้านที่ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ ความหลากหลายของการรักษา โดดเด่นทั้งศัลยกรรมความงาม, ทันตกรรม, โรคหัวใจ, โรคกระดูกและข้อ, การรักษาภาวะมีบุตรยาก, โรคมะเร็ง, เวชศาสตร์ป้องกัน และบริการสุขภาพองค์รวม (Wellness)มาตรฐานระดับสากล โรงพยาบาลในไทยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (JCI) เป็นจำนวนมาก บุคลากรมีความเชี่ยวชาญสูง และมีเทคโนโลยี-ศูนย์วินิจฉัยที่ทันสมัย บริการประทับใจ มีระบบรองรับผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะ บริการล่ามหลายภาษา รวมถึงระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine)ความคุ้มค่า ราคาค่ารักษาพยาบาลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และมีระยะเวลารอคอยการรักษาที่เหมาะสม 

...

“การได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของโลกในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการบริการทางการแพทย์อย่างไม่หยุดยั้ง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย