“ชัยชนะ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บี้ “ศุภจี” เร่งผุดมาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้ หาทางรับมือมังคุด หวั่นทำชาวบ้านเดือดร้อนหนักกว่าเดิม ขย่มซ้ำสอง ไม่ถูกล็อกเป้าซักฟอก ก็ถูกปรับพ้น ครม. 


วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ขอฝากถึงนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ต่อมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ เพราะขณะนี้ภาคใต้เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงอยากทราบมาตรการของรัฐว่า หากผลผลิตออกมามากจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ถึงเวลาแล้วค่อยมาคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามหลัง ทำให้ชาวสวนผลไม้ได้รับผลกระทบ รายได้ลดน้อยลง เป็นหนี้เพิ่มขึ้น รมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลกรมการค้าภายใน ควรร่วมมือกับทั้งไปรษณีย์ไทยและขนส่งเอกชน รวมทั้งสนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้ให้กับเกษตรกรเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในฤดูผลไม้เพื่อความสะดวกในการขนส่งและทำตลาดส่งเสริมการขายกระจายผลไม้ในภาคใต้  

“ผมขอฝากถึง รมว.พาณิชย์ ทำงานให้เหมือนกับความจริงใจและความตั้งใจของประชาชน ขอบคุณที่ท่านกรุณาบอกว่า จะทำให้ข้าวแกง เหลือจานละ 40 บาททั้งๆ ที่ปัจจุบันข้าวแกงราคาอยู่ที่ 30 บาท ดังนั้นขอให้ท่านไปดูเรื่องนี้ด้วย ขนาดข้าวแกงราคา 30 บาท แต่ท่านบอกว่าจะช่วยให้เหลือ 40 บาท ผมคิดว่าข้าวราดแกงของท่านน่าจะเป็นข้าวราดแกงกุ้งมังกร เพราะราคาสูงกว่าปกติทั่วไป”

ขย่มซ้ำ 2 ไม่ถูกล็อกเป้าซักฟอก ก็ถูกปรับพ้น ครม. 

เมื่อถามว่า  มองว่าที่ผ่านมานางศุภจีแก้ไขปัญหาราคาสินค้าได้ตรงจุดบ้างหรือไม่  นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนคิดว่าท่านคงขาดความรู้ในเรื่องของเกษตรกรจริงๆ เพราะตอนหน้าทุเรียน ท่านก็ไปบอกให้พิมพ์รี่พาย ขายลูกละ 100 บาท ทั้งที่ในเวลานั้น ทุเรียนราคากิโลกรัมละ 100 กว่าบาท ทำให้ชาวสวนทุเรียนเสียผลประโยชน์  ส่วนกรณีที่กุ้งมีปัญหา ก็ออกมาบอกว่า มีเพียง 100 ตัน โดยที่ไม่ทราบปัญหาอะไรเลย หรือแม้กระทั่งปัญหามะพร้าวราคาตกต่ำ ก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้ตรงจุด ดังนั้นใกล้จะถึงฤดูกาลมังคุดแล้ว ท่านจะเตรียมการอย่างไร

...

เมื่อถามย้ำว่า  ก่อนหน้านี้ นางศุภจีระบุว่าเน้นการทำงาน ไม่ได้เน้นการเล่นโซเชียลมีเดีย นายชัยชนะ กล่าวว่า “ใช่หรือเปล่า” แต่ต้องยอมรับว่าท่านมีแฟนคลับมาก แฟนคลับคงมาทางอากาศจริงๆ ซึ่งตอนหลังตนจะขอให้นายจุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยจุดธูปหานางศุภจีเช่นเดียวกัน เพราะมีคนเรียกร้องว่า หายหน้าหายตาไปจากหน้าสื่อนาน  ส่วนจะล็อกเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจนางศุภจีหรือไม่นั้น ก็ต้องดูผลงานของนางศุภจีก่อน เพราะจะมี 2 อย่าง ถ้านางศุภจีไม่โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็โดนปลดออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)