รัฐบาล เผย ปัญหาน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง รื้อย้ายสะพานลอยบริเวณจุดเกิดเหตุและปรับปรุงคุณภาพดินแล้ว 1 จุด จาก 5 จุด สั่งตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอำนวยความสะดวกประชาชน ช่วยเหลือแล้ว 105 ราย


วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ โดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ทั้งการเสริมความแข็งแรงของดินเพื่อลดการรั่วซึมของน้ำใต้ดิน ควบคู่กับการติดตามผลกระทบต่ออาคารและการดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยล่าสุดผู้รับจ้างได้รื้อย้ายสะพานลอยบริเวณจุดเกิดเหตุแล้วเสร็จ และดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน (Grouting) แล้ว 1 จุด จากทั้งหมด 5 จุด พร้อมเร่งดำเนินการในจุดที่เหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการรั่วซึมของน้ำใต้ดินและสร้างเสถียรภาพให้พื้นที่ก่อสร้าง


นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอุโมงค์ลดลงจากวันก่อนหน้า ทำให้สามารถปรับลดการทำงานของเครื่องสูบน้ำได้ ขณะเดียวกัน รฟม. ยังคงตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารในรัศมี 30 เมตร ทุก 30 นาที โดยผลการตรวจสอบพบว่า แนวโน้มการเคลื่อนตัวของอาคารและการทรุดตัวของผิวถนนลดลง สะท้อนว่ามาตรการแก้ไขเริ่มเห็นผลเป็นลำดับ

...


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน รฟม. และผู้รับจ้างได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยขณะนี้มีประชาชนติดต่อขอรับความช่วยเหลือแล้ว 105 ราย และอยู่ระหว่างประสานผู้พักอาศัยอีก 32 ราย ที่ยังไม่ได้เข้ามาติดต่อ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง


ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือโทรศัพท์ 08 4356 5211 เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้โดยตรง


“รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขตามหลักวิศวกรรม ควบคู่กับการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วและเกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชน” นางสาวลลิดา กล่าว