“อภิสิทธิ์” เร่งรัฐบาลตรวจสอบ ประชาชนอุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่-สงขลา ขอผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจเตรียมความพร้อมก่อนนโยบายพักต้นพักดอกหมดอายุ


เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 12 ก.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการสัมมนา สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ช่วงเช้าเป็นการเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดสงขลาเพื่อรับมือและแก้ปัญหาอุทกภัยว่า ที่ผ่านมา ปัญหาหาดใหญ่กลายเป็นการถูกวาดภาพเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ไม่ควรเป็นความขัดแย้ง แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่และอนุมัติงบกลาง 99.5 ล้าน และเสนอการแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ตนไม่อยากให้รัฐบาลหยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีปัญหามากกว่านั้น จากการสัมมนาพรรค มีข้อเสนอให้รัฐบาลฟื้นฟูความเสียหายที่ผ่านมาเพราะยังมีประชาชนอุทธรณ์คำร้องการเยียวยา 


นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า อยากให้รัฐบาลเร่งรัด รวมถึงช่วยเหลือภาคธุรกิจโดยเฉพาะสินเชื่อ ช่วยพิจารณาผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และนโยบายงดการจ่ายดอกเบี้ย ที่กำหนดจะหมดอายุ และการพักเงินต้นที่จะหยุดอายุในอีก 6 เดือน จึงอยากให้รัฐบาลนำข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามการช่วยเหลือด้วย และเรายังขอให้เตรียมการป้องกันน้ำท่วมที่ในพื้นที่ยังต้องการงบประมาณในการขุดลอกคูคลอง รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่เสียหายราว 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอนุมัตินอกเหนือจาก 99.5 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรเตรียมความพร้อม และประชาสัมพันธ์ถึงแผนการอพยพ, สถานที่พักพิงต่างๆ ที่ส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนดำเนินการแล้ว แต่ยังขาดเจ้าภาพ ซึ่งรัฐบาลควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพ และสร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่

...


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอในการเตรียมป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ภาคส่วนในสงขลา-หาดใหญ่ ได้เสนอทั้งการยกระดับถนน, ทางรถไฟ, การซ่อมแซมและเสริมแก้มลิง, การพัฒนาทะเลสาบสงขลา ที่รอแผนที่ชัดเจนจากรัฐบาล และยังมีข้อเสนอการพัฒนาตัวเมืองที่มีศักยภาพใหม่ๆ โดยเฉพาะพื้นที่สูงซึ่งจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ อาทิ ธุรกิจ Wellness, อาหาร, อุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงการบังคับใช้ผังน้ำ และผังเมืองที่ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามอย่างแท้จริง ซึ่งพรรคจะนำเสนอและติดตามเพื่อแก้ปัญหาต่อไป โดยไม่มีเรื่องการเมือง แต่จะทำให้ประชาชนมีความสบายใจว่า สิ่งที่ประชาชนเผชิญจะไม่ซ้ำรอย ส่วนการสัมมนาพรรคฯที่ใช้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน” เรายืนยันว่า พรรคเป็นที่พึ่ง และเป็นความหวัง สามารถสร้างอนาคตให้ภาคใต้ได้ แต่ทั้งหมดจะต้องเป็นหนึ่งเดียวขับเคลื่อนไปด้วยกัน และหลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ยังจะไปจัดการสัมมนาในพื้นที่อื่น ๆ อีก