“พลพีร์” เดินหน้าจัดระเบียบโรงแรม ย้ำชัด “กรมที่ดิน” ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ครบถ้วนทุกข้อร้องเรียนแล้ว ส่งไม้ต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางกฎหมาย ขณะนี้ดำเนินคดีแล้วครึ่งร้อย
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานประเด็นเร่งด่วนสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้า อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
นายพลพีร์ ได้กล่าวชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะผู้บริหารจังหวัดภูเก็ตที่แม้จะเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ แต่สามารถขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการลงพื้นที่ติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์และการดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาจนสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมายบริเวณหาดสิรินาถและหาดฟรีดอมได้สำเร็จ ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตต้องเตรียมข้อมูลเอกสารสิทธิ์ของสถานบริการและอาคารที่ตั้งอยู่ติดกันให้พร้อม เพื่อชี้แจงต่อสังคมได้อย่างโปร่งใส
ขอให้อธิบดีกรมที่ดินให้เร่งตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์บนพื้นที่ยอดเขา พื้นที่รอยต่อเขตป่าไม้ หรือพื้นที่ ส.ป.ก. อย่างเข้มงวด เนื่องจากการบินสำรวจพบว่ามีพื้นที่ป่าถูกทำลายจำนวนมาก หากพบการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบหรือมีการบุกรุกพื้นที่ป่า ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลหรือนายทุนใด ๆ ซึ่งขอยืนยันว่ากรมที่ดินยุคนี้ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ดำเนินการตรวจสอบและจัดการตามอำนาจหน้าที่อย่างครอบคลุมครบถ้วนแล้ว โดยในส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไม้ต่อ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมป่าไม้ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไปทันที
...
สำหรับการตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี ได้มีการขยายผลสืบสวนจาก 300 กว่าแห่ง เป็นการส่งเรื่องให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตรวจสอบ 353 แห่ง และอยู่ระหว่างรอตรวจสอบอีก 38 แห่ง ซึ่งจากการประสานงานตรงกับเลขาธิการ BOI ทำให้ทราบผลสถานะบริษัทต่างชาติได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 ชั่วโมง พบว่ามีเพียง 8 บริษัทเท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนอีก 307 รายไม่มีสิทธิ์รับการยกเว้นใด ๆ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาดทันที แนวทางนี้จะถูกนำไปใช้เป็นโมเดลในการคัดกรองข้อมูลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่อื่นต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินการต้องบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อไม่ให้จบแค่การเพิกถอนสิทธิ์ แต่ต้องขยายผลสืบเส้นทางการเงิน ค้นหาผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินคนไทยที่มีชื่อถือหุ้นแทนด้วย
ในส่วนของการจัดระเบียบสถานประกอบการและโรงแรม ขอชื่นชมทางจังหวัดที่เร่งรัดการพิจารณาใบอนุญาตที่ตกค้างกว่า 600 แห่ง โดยสามารถระบายใบอนุญาตสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก และดำเนินการใบอนุญาตประเภทที่ 1-4 สำเร็จไปแล้วเกือบ 100 แห่งภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ หากสถานประกอบการใดทำถูกต้องตามระเบียบทั้งด้านกฎหมายโยธา แบบอาคาร สิ่งแวดล้อม และบันไดหนีไฟ ขอให้อนุมัติใบอนุญาตเพื่อให้เขาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเสียภาษีบำรุงประเทศอย่างถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน หากพิสูจน์แล้วว่าไม่มีใบอนุญาต แอบดัดแปลงเพิ่มห้องพัก หรือเป็นคอนโดและอพาร์ตเมนต์ที่ลักลอบเปิดให้บริการผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการปิด จับกุม และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น เพื่อดูแลผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องและไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดมาเอาเปรียบหรือแย่งลูกค้า
“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการขออนุญาตตั้งศาลเจ้าหรือมูลนิธิใหม่อย่างรัดกุม หากไม่ใช่ศาลเจ้าเก่าแก่ประจำจังหวัดที่อยู่มานาน ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางแฝงตัวฟอกเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ อีกหนึ่งวาระสำคัญเร่งด่วนระดับชาติคือปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่พบการลักลอบนำกัญชาน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัมขึ้นเครื่องบินออกจากภูเก็ต จึงสั่งการให้นายอำเภอและหน่วยงานในพื้นที่เร่งตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชาบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและถนนคนเดิน หากพบร้านที่ไม่มีใบอนุญาตต้องดำเนินการจับกุมขั้นเด็ดขาด ห้ามละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนจะลงพื้นที่สุ่มตรวจด้วยตนเอง หากพบการปล่อยปละละเลย เจ้าพนักงานในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ” นายพลพีร์ กล่าว
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ได้ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่ผ่าน 5 ประเด็น 9 ด้าน มุ่งเน้นการจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมตั้งแต่การเร่งรัดตรวจสอบและจัดระบบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม การปราบปรามและสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ชายหาดสาธารณะ การบูรณาการกำลังเพื่อดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับนิติบุคคลต่างด้าวที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การควบคุมแรงงานต่างชาติไม่ให้แย่งอาชีพสงวนของคนไทย ตลอดจนการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาชญากรรม ยาเสพติด และสินค้าหนีภาษี ซึ่งมีผลการยึดทรัพย์และดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต