“อนุทิน” ย้ำปัญหาชายแดนใต้ สองฝ่ายต้องเร่งเจรจา ยัน ใช้เงินกู้ต้องผ่าน คกก.กลั่นกรอง ไม่ต้องห่วงคนถนัดล็อกสเปกเป็นนายกฯ อ่านเข้าใจหมด ยันคนกำหนดงบคือหัวหน้ารัฐบาล ไม่ทิ้งหาดใหญ่แน่นอน
เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมเดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต จ.สงขลา ถึงเยือนประเทศมาเลเซีย มีการพูดคุยถึงเรื่องปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่ ว่า ต้องเร่งเจรจาด้วยกันทั้งสองฝ่ายใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันและจะต้องแชร์ข้อมูลกัน คำนึงถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน และให้เกียรติประชาชน รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ อย่าให้มียาเสพติดหรือของแปลกปลอม ของเถื่อน อาวุธเถื่อน การค้ามนุษย์อะไรต่างๆ ต้องไม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีปัญหาความอ่อนไหวอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การพูดคุยกับผู้นำมาเลเซีย มีการพูดถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่างๆ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดน พูดคุยในรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่จะพูดคุยกันระหว่างคนทำงานเท่านั้น
ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เราสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ยังเดินหน้าเต็มที่ไม่ได้ เพราะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง รัฐบาลมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรอง ทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนเท่านั้นถึงจะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองขั้นนี้ไปได้
...
ในคำถามว่าเมื่อไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมั่นใจว่าเงินกู้ก้อนนี้สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน รวมถึงทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าถ้าเราสามารถใช้เงินกู้ก้อนนี้ได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะมีผลต่อการกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจไทยในระดับหนึ่ง
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าโครงการของกระทรวงมหาดไทย มีการล็อกสเปกใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่าโครงการอะไร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เป็นโครงการที่เกี่ยวกับรถเก็บขยะอีวี นายอนุทิน ระบุว่า ยังไม่มีเลย ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีโครงการของใคร ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิของแต่ละหน่วยงานสามารถเขียนมาได้หมด แต่จะผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรอง ส่วนการอนุมัติให้ใช้งบฯ นี้ก็ยังเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย อย่าไปหวังและอย่าไปฟังอะไร แล้วนำไปสรุปง่ายๆ ส่วนคนที่อยากจะทำอะไร ชิงเงินมาก่อนแบบสมัยก่อน มีการไปล็อกสเปก วันนี้คนถนัดล็อกสเปกคนหนึ่งมาเป็นนายกฯ ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะมาล็อกอะไรได้ สมัยก่อนอยู่ภาคเอกชนโดนล็อกสเปกจนเบื่อ ตนอ่านสเปกทีเดียวก็เข้าใจหมด และตนเป็นคนที่คลายสเปก
เมื่อถามถึงกระแสข่าวตัดงบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน เผยว่า ตนมาประชุมใช้เวลาชั่วโมงกว่า และเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ก็มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งไม่ใช่แค่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในทุกปี ซึ่งหากตัดงบฯ แล้วจะมาประชุมทำไม ใครเป็นผู้ใช้งบประมาณ คนที่กำหนดว่าหน่วยงานไหนคือผู้ใช้งบประมาณ หรือผู้รับงบประมาณ เป็นเรื่องของรัฐบาลเป็นผู้กำหนด ยิ่งเป็นงบกลางคุณจะมากำหนดนายกฯ ได้อย่างไร นายกฯเป็นผู้กำหนดว่างบกลางจะให้ไปใช้ตรงไหนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใครจะเป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณ นี่เป็นอำนาจของหัวหน้ารัฐบาล.